ทำไมครีมกันแดดจึงสำคัญสำหรับคนเป็นฝ้า?
ทำไมครีมกันแดดจึงสำคัญสำหรับคนเป็นฝ้า กว่า 80% ของปัญหาริ้วรอยและจุดด่างดำมีสาเหตุมาจากดวงอาทิตย์ ที่ประกอบไปด้วยรังสี ยูวีเอ (UVA) รังสียูวีบี (UVB) และแสงสีขาว หรือ visible light ช่วงแสงสีฟ้าของ visible light รังสียูวีเอและแสงสีฟ้า เป็นสองสาเหตุสำคัญของปัญหาจุดด่างดำ รวมไปถึง Ultra Long UVA ช่วงท้ายของรังสียูวีเอที่สามารถลงไปทำร้ายผิวได้ลึกกว่ายูวีเอช่วงอื่นๆ และยังมีสารกันแดดไม่กี่ตัวที่สามารถปกป้องรังสียูวีเอในช่วงนี้ (380-400 นาโนเมตรได้) นอกจากนี้ตำแหน่งที่ตั้งของประเทศไทยอยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์ เราจึงได้รับปริมาณรังสียูวีสูงกว่าหลายประเทศทั่วโลก ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปกป้องผิวเราจากแสงแดด โดยเฉพาะรังสียูวีและแสงสีฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องทางกายภาพด้วยเสื้อผ้า หมวก ร่ม และต้องสำคัญที่สุดในการปกป้องผิวคือการใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดเป็นประจำทุกเช้า (แม้ในวันที่ไม่ได้ออกไปข้างนอกก็ตาม) และใช้ในปริมาณที่ถูกต้อง ส่วนแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น จอมือถือ จอคอมพิวเตอร์ มีค่าพลังงานต่ำมากจนไม่ส่งผลต่อผิว ต่างจากแสงสีฟ้าจากดวงอาทิตย์ที่สงผลให้เกิดปัญหาจุดด่างดำได้
ครีมกันแดดแบบไหน ที่เหมาะกับผิวเป็นฝ้า
ประเภทของครีมกันแดดที่เหมาะกับผิวที่มีปัญหาฝ้า ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพในการปกป้องสูงๆ โดยสามารถพิจารณาได้จากค่า SPF สูง (ที่บ่งบอกถึงประสิทธิภาพการปกป้องผิวจากรังสียูวีบี) ร่วมกับค่าการปกป้องรังสียูวีเอ ด้วยค่า PA++++ (สูงสุด) ร่วมกับค่า PPD (ยิ่งสูงยิ่งดี) รวมไปถึงการปกป้องในช่วงของ Ultra Long UVA เช่นเดียวกับการปกป้องผิวสำหรับทุกปัญหา และเพิ่มเติมด้วยการปกป้องแสงสีฟ้า เช่น iron oxide หรือสารอื่นๆ ที่สามารถปกป้องผิวจากแสงสีฟ้าได้ เช่นสารเมลาซิล (Melasyl) ที่ผ่านการทดสอบว่าสามารถปกป้อง/ลดการดำจากรังสียูวีและแสงสีฟ้าได้
พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันฝ้าเพิ่มขึ้น
พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันการเกิดฝ้าเพิ่มขึ้น ประกอบด้วย
เผชิญแสงแดด
การเผชิญแสงแดดทั้งโดยตรง หรือแม้การอยู่ในอาคารแต่กั้นด้วยกระจก ซึ่งกระจกไม่สามารถปกป้องผิวจากรังสียูวีได้ ยูวีเอสามารถผ่านเมฆ ผ่านกระจกลงไปทำร้ายผิวได้ รวมไปถึงแสงสีฟ้าจากดวงอาทิตย์อีกปัจจัยที่ส่งผลต่อปัญหาจุดด่างดำ
ภาวะความเครียด
ภาวะความเครียด เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาฝ้าได้ เพราะในขณะที่เราวิตกกังวล ร่างกายจะทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) ในชั้นผิว และนำไปสู่การสร้างสารอนุมูลอิสระขึ้นมาทำลายเซลล์ผิวให้อ่อนแอลงในที่สุด และอนุมูลอิสระเหล่านี้ยังส่งผลให้มีการเม็ดสีเพิ่มมากขึ้นด้วย
การใช้เครื่องสำอาง
การใช้เครื่องสำอาง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารที่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองที่จะไปกระตุ้นให้มีการผลิตเม็ดสีในปริมาณที่มากผิดปกติ จนนำไปสู่การเกิดจุดบกพร่องฝั่งลึกบนใบหน้า
ยารักษาโรคบางชนิด
ยารักษาโรคบางชนิด โดยเฉพาะกลุ่มยากันชัก และยาแก้อักเสบชนิดไม่มีสเตียรอยด์ อาจมีผลข้างเคียงต่อการกระตุ้นในการผลิตเม็ดสีเมลานิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดผื่นดำ หรือรอยฝ้าบริเวณใบหน้า
ขาดการบำรุงผิว
มอยซ์เจอไรเซอร์เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับผิว ผิวที่ขาดการบำรุงผิวจะส่งผลให้ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น ปราการผิวไม่แข็งแรง เมื่อต้องพบเจอกับปัจจัยต่างๆ เช่น สารก่ออาการระคายเคือง มลภาวะ หรือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิว สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้เกิดปัญหาผิวในทุกๆ วัน หากยังละเลยการดูแลผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความเหมาะสม อาจส่งผลต่อการเกิดปัญหาผิวที่ยากต่อการรักษาได้

เคล็ดลับการใช้ครีมกันแดดสำหรับคนเป็นฝ้าให้ได้ผลดีที่สุด
เคล็ดลับการใช้ครีมกันแดดสำหรับคนเป็นฝ้าให้ได้ผลดีที่สุด มีดังนี้
เลือกครีมกันแดดที่ช่วยปกป้องปัญหาผิว
เลือกครีมกันแดดที่ช่วยปกป้องผิวด้วยค่าการปกป้องที่สูง และมีความคงตัวเพื่อคงประสิทธิภาพารปกป้องได้อย่างยาวนานตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวเป็นฝ้า ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีจุดเด่นสำหรับการปกป้องผิวจากแสงแดด โดยเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่า SPF50+/PA++++ ร่วมกับการพิจารณาค่า PPD (ยิ่งสูงยิ่งดี) การปกป้องที่ครอบคลุมไปจนครบช่วงของ Ultra Long-UVA รวมไปถึงสารที่สามารถปกป้องผิวจากแสงสีฟ้า เช่น กันแดดสูตร tinted ที่ผสานสาร iron oxide ที่สามารถปกป้องผิวจากแสงสีฟ้าได้ แต่สีของเนื้อผลิตภัณฑ์ (ผลจากiron oxide) มักจะไม่ค่อยเข้า/พอดีกับผิวคนไทยนัก เช่นนั้นก็ต้องเลือกครีมกันแดดที่มีสารที่สามารถปกป้องผิวจากแสงสีฟ้าอื่นๆ ได้ เช่นสารเมลาซิล เป็นต้น
ใช้ครีมกันแดดในปริมาณที่เหมาะสม
ใช้ครีมกันแดดในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากแสงแดดขั้นสุด โดยสำหรับกันแดดเนื้อครีมควรใช้ประมาณสองข้อนิ้วมื้อ หรือ 1 ช้อนชา สำหรับการทาทั่วใบหน้า และลำคอ ซึ่งสามารถแบ่งทาเป็น 2 รอบ เพื่อให้เนื้อครีมได้ซึบซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างหมดจด และหากเป็นเนื้อฟลูอิด (เหลว) ต้องใช้ปริมาณในแต่ละรอบเท่ากับเหรียญสิบบาท จำนวน 2 รอบสำหรับผิวหน้าและลำคอ จึงจะได้ค่าการปกป้องเท่ากับที่ระบุไว้ของผลิตภัณฑ์
ทาครีมกันแดดก่อนออกไปสัมผัสแดด
ทาครีมกันแดดก่อนออกไปสัมผัสแดด อย่างน้อย 15-30 นาที เพื่อให้เนื้อครีมได้ set ตัวพร้อมปกป้องผิว พร้อมทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
หมั่นใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน
ควรใช้ครีมกันแดดอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวันแม้วันที่ไม่ได้ออกจากบ้านไปเผชิญแสงแดด เพราะรังสียูวีเอจากแสงแดดสามารถผ่านกระจกเข้ามาทำร้ายผิวเราได้
เลือกกันแดดที่มีคุณสมบัติเพิ่มเติม
เลือกกันแดดที่มีคุณสมบัติเพิ่มเติม เช่นครีมกันแดดที่สามารถะปกป้องผิวจากรังสีอินฟราเรด (รังสีความร้อน) มลภาวะ ซึ่งเป็นอีกสาเหตุที่ส่งผลให้เกิดปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำได้ รวมถึงคุณสมบัติกันน้ำและกันเหงื่อได้ เนื่องด้วยอากาศที่ร้อนระอุของบ้านเราเมื่อเหงื่อออกแล้วเช็ดหรือซับเหงื่อออกไป อาจทำให้ครีมกันแดดหลุดออกไปด้วย ก็จะเท่ากับไม่มีการปกป้องผิวหนังของเรา หรือลดประสิทธิภาพการปกป้องผิวไปโดยปริยาย
วิธีทาครีมกันแดดซ้ำระหว่างวันให้ไม่เหนอะหนะ
วิธีทาครีมกันแดดซ้ำระหว่างวันให้ไม่เหนอะหนะ มีวิธีดังต่อไปนี้
ขั้นตอนที่ 1 กำจัดความมันบนใบหน้า
กำจัดความมันบนใบหน้า โดยการใช้กระดาษทิชชู่ซับความมันออกจากใบหน้าอย่างเบาๆ เพราะความมันบนใบหน้าส่งผลต่อการเกาะติดของครีมกันแดดบนผิวหน้า ไม่แนะนำให้ใช้กระดาษซับมันเพราะจะไปจับหรือดึงเอาครีมกันแดดที่ทาไว้ออกไปจากใบหน้า
ขั้นตอนที่ 2 ซับสิ่งสกปรกออก
จัดการสิ่งสกปรกหรือส่วนเกินบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นคราบเหงื่อ ฝุ่น หรือเมคอัพส่วนเกิน โดยการฉีดสเปร์ยน้ำแร่ให้ทั่วใบหน้า แล้วรอซักครู่ 30 วินาที-1 นาที เพื่อให้แร่ธาตุซึมลงไปสู่ผิว แล้วค่อยใช้กระดาษทิชชูซับน้ำส่วนเกินออกจากผิว นอกจากช่วยซับสิ่งสกปรกส่วนเกินต่างๆ บนใบหน้าแล้ว ยังได้เรับประโยชน์จากคุณสมบัติของแร่ธาตุในน้ำแร่อีกด้วย
ขั้นตอนที่ 3 ทาครีมกันแดดซ้ำระหว่างวัน
ทาครีมกันแดดหน้า สองข้อนิ้วมื้อ หรือ 1 ช้อนชา โดยลงเนื้อครีมให้ทั่วทั้งใบหน้า และลำคอ
ขั้นตอนที่ 4 เซตผิวเพื่อล็อกประสิทธิภาพ
เซตผิวเพื่อล็อกประสิทธิภาพของครีมกันแดด ด้วยแป้งฝุ่น และฉีดสเปรย์น้ำแร่ซ้ำอีกหนึ่งครั้ง เพื่อความสบายผิว การเลือกแป้งที่ผสมสารกันแดดก็สามารถช่วยปกป้องได้เพิ่มมากขึ้น (แต่อย่างไรก็ไม่เทียบเคียงกับกา่รปกป้องผิวจากครีมกันแดดแน่นอน)
วิธีเลือกครีมกันแดดสำหรับคนเป็นฝ้า
วิธีเลือกครีมกันแดด สำหรับคนเป็นฝ้าเเนะนำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีดังต่อไปนี้
- ปกป้องรังสียูวีได้สูง: ควรเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่า SPF50+/PA++++ ร่วมกับการพิจารณาค่า PPD (ยิ่งสูงยิ่งดี) และสามารถปกป้องได้ถึงอัลตร้่ ลอง ยูวีเอ
- ปกป้องผิวจากแสงสีฟ้า อีกปัจจัยสำคัญที่สามารถกระตุ้นการเกิด : เช่นสาร iron oxide สารเมลาซิล เป็นต้น
- ปกป้องผิวจากปัจจัยทำร้ายผิวอื่นๆ เช่น ปกป้องผิวจากรังสีอินฟราเรด (รังสีความร้อน) มลภาวะ
- มีความคงตัวต่อแสงแดด (Photostability): เพื่อให้มั่นใจครีมกันแดดที่ใช้จะปกป้องผิวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและยาวนาน
- มีคุณสมบัติกันน้ำและกันเหงื่อได้: เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อมีการซับเหงื่อบนใบหน้าแล้วจะไม่ทำให้ครีมกันแดดหลุดออกไปด้วย
- มีความอ่อนโยนและปลอดภัยต่อผิว: ควรเลือกครีมกันแดดสูตรที่ไม่ทำให้ Non-comedogenic และ/หรือหากเป็นคนที่มีผิวแพ้ง่ายก็ควรเลือกครีมกันแดดที่ผ่านการทดสอบกับผู้ที่ผิวบอบบาง แพ้ ระคายเคืองง่าย
- ความน่าเชื่อถือของผู้ผลิต: เพื่อความมั่นใจอย่างเต็ม 100 โดยเฉพาะประสิทธิภาพการปกป้องผิวของผลิตภัณฑ์ โดยอาจพิจารณาจากความน่าเชื่อถือของบริษัท หรือผู้ผลิต และหากผ่านการทดสอบภายใต้การดูแลของปพทย์ผิวหนังก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจในประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ได้
เกณฑ์เลือกครีมกันแดดสำหรับคนเป็นฝ้า
การเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับผิวเป็นฝ้า ต้องดูมากกว่าแค่ SPF50+ แต่ควรพิจารณาตั้งแต่ค่า PA ที่บ่งบอกการป้องกันรังสี UVA ต้นเหตุของฝ้าและริ้วรอย ค่า PPD ที่สื่อถึงประสิทธิภาพการป้องกันรังสี ยูวีเอ (ค่ายิ่งสูงยิ่งดี) และสารปกป้องผิวจากแสงสีฟ้ารวมถึงเนื้อสัมผัสที่ใช้แล้วสบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เพื่อให้ปกป้องผิวจากฝ้าได้ครบทุกมิติ
| เกณฑ์ | ค่าที่แนะนำสำหรับผิวเป็นฝ้า | เหตุผล |
|---|---|---|
| SPF | 50+ |
ป้องกันรังสี UVB ต้นเหตุผิวไหม้แดดและความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง |
| PA | ++++ |
ระดับป้องกัน UVA สูงสุด ช่วยลดการผลิตเมลานินที่ทำให้ฝ้าเข้มขึ้น |
| PPD | ยิ่งสูงยิ่งดี |
บ่งบอกประสิทธิภาพป้องกัน UVA เป็นตัวเลขใช้พิจารณาเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่า PA |
| เนื้อสัมผัส |
Fluid หรือ ครีม เนื้อบางเบา ไม่มัน ไม่ทิ้งคราบขาว |
ใช้ได้ทุกวันโดยไม่อุดตันรูขุมขน ทาซ้ำระหว่างวันได้ง่าย |
ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด สำหรับคนเป็นฝ้า จาก ลา โรช-โพเซย์
“แอนเทลิโอส” ผลิตภัณฑ์กันแดดที่แพทย์ผิวหนังทั่วโลกแนะนำเป็นอันดับ 1 ขอแนะนำ ANTHELIOS UVMUNE 400 ANTI-DARK SPOTS FLUID SPF50+ ครีมกันแดด สำหรับคนเป็นฝ้าแดดจากลา โรช-โพเซย์ หนึ่งเดียวที่สามารถป้องกันฝ้า และจุดด่างดำจากรังสียูวี และแสงสีฟ้า สูตรกันน้ำได้ดีมาก (Very water resistant) กันเหงื่อ มาพร้อมกับเนื้อสัมผัสแบบฟลูอิดบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งคราบขาวบนใบหน้า และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบกับผู้ที่มีผิวบอบบาง ระคายเคืองง่าย (sensitive skin) ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนังแล้วว่าอ่อนโยนต่อทุกประเภทผิว แม้ผิวที่บอบบาง ระคายเคืองง่าย เป็นสูตรไม่ทำให้อุดตัน ปราศจากน้ำหอม สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย
ส่วนผสมสำคัญในครีมกันแดดที่ช่วยลดเลือนฝ้าแดด
ส่วนผสมสำคัญในครีมกันแดดที่ช่วยลดเลือนฝ้าแดด ประกอบด้วย
- MEXORYL 400 ปกป้องผิวลึกที่สุดจาก ULTRA LONG UVA สาเหตุหนึ่งที่ทำลายผิวได้ลึกถึง DNA
- MELASYL ลดปัญหาฝ้าแดด จุดด่างด้ำาผิวหมอง สีผิวสม้ำเสมอ ปรับผิวกระจ่างใส
- เนื้อบางเบา กันน้ำได้ดีมาก ปกป้องผิวจาก PM 2.5 และอินฟราเรด (รังสีความร้อน)
ซื้อผลิตภัณฑ์ ครีมกันแดด สำหรับคนเป็นฝ้าแดด จาก ลา โรช-โพเซย์ที่ไหนดี? พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษที่พลาดไม่ได้
ซื้อผลิตภัณฑ์ ครีมกันแดด สำหรับคนเป็นฝ้าแดดจาก ลา โรช-โพเซย์ที่ไหนดี? พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษที่พลาดไม่ได้เลือกซื้อด้วยANTHELIOS UVMUNE400 ANTI-DARK SPOTS FLUID SPF50+ครีมกันแดดสำหรับคนเป็นฝ้าแดดจาก La Roche-Posay แนะเนำให้ใช้ร่วมกับ MELA B3 Serum เซรั่มลดเลือนจุดด่างดำเพือการแก้ไขจุดด่างดำที่เป็นอยู่และป้องกันจุดด่างดำเกิดใหม่ด้วย ANTHELIOS UVMUNE400 ANTI-DARK SPOTS FLUID SPF50+ เพื่อการเห็นผลอย่างชัดเจน ลแะรวดเร็วมากยิ่งขึ้น สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ลา โรช-โพเซย์ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านค้าชั้นนำ วัตสัน บู้ทส์ อีฟแอนด์บอย บิวเทรียม ร้านยากรุงเทพ รวมทั้งโรงพยาบาล และร้ายขายยาทั่วไป หรือช่องทางออนไลน์ ที่ Shopee Lazada พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษที่คุณไม่ควรพลาด
ซื้อครีมกันแดด สำหรับคนเป็นฝ้า คลิก!
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับครีมกันแดด สำหรับคนเป็นฝ้า
คนเป็นฝ้าควรใช้ครีมกันแดดแบบไหนถึงจะอาการดีขึ้น?
คนเป็นฝ้าควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่าการปกป้องได้ดีทั้งยูวีเอและบี (รวมถึง ULTRA LONG UVA) SPF50+/PA++++ ร่วมกับการพิจารณาค่า PPD (ยิ่งสูงยิ่งดี) รวมถึงการปกป้องผิวจากแสงสีฟ้า เช่น iron oxide หรือเมลาซิล เป็นต้น และหากมีคุณสมบัติกันน้ำ กันเหงื่อร่วมด้วยก็จะยิ่งช่วยดูแลปัญหาฝ้าได้ดียิ่งขึ้น และต้องใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดในปริมาณที่ถูกต้องเพื่อป้องกันจุfด่างดำเกิดใหม่ ร่วมกับการใช้ผลิตภัณฑ์ลดเลือนจุดด่างดำเดิมที่มีอยู่
จำเป็นต้องทาครีมกันแดดในวันที่ไม่ได้ออกไปเจอแดดหรือไม่?
“จำเป็น (ที่สุด)” ทุกคนโดยเฉพาะคนที่มีปัญหาฝ้าจำเป็นต้องใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกเช้า แม้วันที่ไม่ได้ออกไปข้างนอก เนื่องจากรังสียูวีเอตัวการสำคัญของการเกิดปัญหาจุดด่างดำสามารถผ่านกระจกเข้ามาทำร้ายผิวของเราได้ด้วย ดังนั้นแม้อยู่ในบ้านหรืออาคารสำนักงาน ก็ควรทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวถูกทำร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ใช้ครีมกันแดดแทนมอยเจอร์ไรเซอร์ได้หรือไม่?
ใช้ครีมกันแดดแทนมอยเจอร์ไรเซอร์ได้หรือไม่? หากครีมกันแดดนั้นไม่มีคุณสมบัติเพิ่ม/คืนความชุ่มชื้นสู่ผิวก็จะไม่สามารถใช้แทนกันได้ การดูแลและแก้ปัญหาฝ้าที่ดีที่สุดคือการแก้ไขฝ้าที่เป็นอยู่ด้วยผลิตภัณฑ์ลดเลือนจุดด่างดำ ร่วมกับการป้องกันไม่ให้เกิดฝ้าเกิดใหม่หรือรุนแรงมากขึ้นด้วยผลิตภัณฑ์กันแดด
ครีมกันแดด ฝ้า กระ ยี่ห้อไหนดี
ครีมกันแดดสำหรับผิวเป็นฝ้าหรือกระที่แนะนำ มีค่า SPF 50+ PA++++ มีคุณสมบัติป้องกันรังสียูวีครอบคลุมถึง Ultra Long UVA ด้วยสารกันแดดใหม่ล่าสุดของลา โรช-โพเซย์ สาร MEXORYL400และผสานสารที่ปกป้องผิวจากแสงสีฟ้า “MELASYL” เอกสิทธิ์ทรงพลังที่อยู่ใน “ANTHELIOS UVMUNE 400 ANTI-DARK SPOTS FLUID SPF50+” หนึ่งเดียวที่สามารถป้องกันฝ้า และจุดด่างดำจากรังสียูวี และแสงสีฟ้า
ผ่านการทดสอบภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนังว่าอ่อนโยนแม้กับผิวแพ้ง่าย ใช้ได้ทุกวันโดยไม่ทิ้งคราบขาว ไม่เหนียวเหนอะหนะ กันแดดที่แพทย์ผิวหนังทั่วโลกแนะนำเป็นอันดับ1
