หลายคนคงเคยเจอปัญหาใช้ครีมตัวใหม่แล้วสิวเห่อ จนเกิดความกังวลว่านี่คืออาการ ดันสิว (Purging) ที่เดี๋ยวก็หายไปเอง หรือจริง ๆ แล้ว ผิวเรากำลังคายสิวจากอาการแพ้ครีมกันแน่? หากแยกไม่ออกแล้วฝืนใช้ต่อ หน้าอาจจะพังกว่าเดิม หรือหากหยุดใช้ทั้งที่กำลังดันสิว ก็อาจเสียโอกาสที่จะได้
รักษาสิวมีผิวใสไปอย่างน่าเสียดายบทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจถึงความแตกต่างของการดันสิวและอาการแพ้ครีม พร้อมวิธีรับมือเพื่อให้ได้ผิวใสอย่างที่ใจต้องการ
อาการ "ดันสิว" (Purging) คืออะไร?
อาการดันสิว หรือที่หลายคนเล่าอาการนี้ว่า “สิวเห่อ” มักเกิดหลังจากการเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาสิวที่หวังผลเพื่อการลดสิว แต่หลังการใช้ผลิตภัณฑ์นั้น ๆ กลับเกิดปรากฎการณ์สิวกระหน่ำผุดขึ้นหนักยิ่งกว่าเดิม อาการลักษณะนี้อาจพบได้หลังการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารผลัดเซลล์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาสิวมักมีสารสำคัญที่มีคุณสมบัติเสริมการผลัดเซลล์เพื่อแก้ปัญหาเซลล์ผิวที่ผลิตมากผิดปกติสาเหตุสำคัญของการเกิดปัญหาสิวสารเหล่านี้มีขะไปเสริมการผลัดเซลล์ผิว (Cell Turnover) ให้เร็วขึ้น ส่งผลให้สิ่งสกปรก น้ำมัน และสิ่งอุดตันที่ฝังอยู่ใต้ชั้นผิว (ในรูขุมขน) ค่อย ๆ ขยับตัวขึ้นไปบนผิวชั้นบนสุด (ตามวงจรปกติของผิวหนังชั้นบน) หรือเข้าใจง่าย ๆ ว่าเป็นการขยับขึ้นมาบนผิวชั้นบนของสิ่งอุดตันที่สะสมอยู่ในรูขุมขน
ผลิตภัณฑ์อะไรบ้างที่ดันสิว
อาการดันสิวด้วยกลไกดังกล่าว เกิดขึ้นจากสารที่มีคุณสมบัติผลัดเซลล์ผิวที่มักพบในผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาสิว เช่น
- กลุ่มของกรดวิตามินเอ : Retinol, Retin-A, Tretinoin
- กลุ่มกรดผลัดเซลล์ผิว (Exfoliants): AHA, BHA (Salicylic Acid), PHA, LHA
- วิตามินซีเข้มข้น (L-Ascorbic Acid)
- ยารักษาสิวบางชนิด เช่น Benzoyl Peroxide
วิธีเช็ก ดันสิว VS แพ้ครีม ต่างกันอย่างไร?
เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ถูกต้อง ว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้กับครีมที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ แนะนำให้สังเกตอาการของตนเองหลังใช้ครีมดังนี้
อาการดันสิว
จุดสังเกตสำหรับอาการดันสิว มักจะเกิดขึ้นในลักษณะดังนี้
- ลักษณะสิว จะพบสิวหลากหลายลักษณะ และพบขนาดที่แตกต่างกัน เช่น สิวอุดตัน สิวอักเสบ หรือสิวหัวหนองที่มีขนาดแตกต่างกัน
- ตำแหน่งที่เกิด มักขึ้นในบริเวณที่เคยมีสิวอุดตัน หรือจุดที่สิวขึ้นซ้ำซาก
- ระยะเวลา โดยปกติจะดีขึ้นภายใน 4-6 สัปดาห์ ตามรอบผลัดเซลล์ผิว
- สาเหตุเกิดจากสารที่เร่งการผลัดเซลล์ผิว
อาการแพ้ หรือระคายเคือง
จุดสังเกตสำหรับอาการแพ้หรือระคายเคืองครีมที่ใช้ มักจะเกิดขึ้นในลักษณะดังนี้
- ตำแหน่งที่เกิด ขึ้นได้ทุกที่บนใบหน้า แม้แต่ในจุดที่ไม่เคยเป็นสิวมาก่อน
- ระยะเวลา ยิ่งใช้นานสิวยิ่งเห่อ ไม่ลดลง และไม่มีท่าทีจะหาย
- ลักษณะสิว ผื่นแดง เม็ดเล็กละเอียด สิวอักเสบบวมแดง อาจมีอาการคัน ระคายเคือง ร่วมด้วย
- สาเหตุเกิดจากส่วนผสมที่อุดตัน (Comedogenic) หรือสารเคมีที่ระคายเคือง
.jpg?la=th-th&h=500&w=500&hash=9C53567986DCD65318F5E3EE79C2677B)
วิธีรับมือเมื่อผิวเข้าสู่ช่วงดันสิว (สิวเห่อ)
วิธีรับมือเมื่อผิวเข้าสู่ช่วงดันสิว สิวเห่อหลังการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาสิว ที่หากประเมินแล้วว่านี่คืออาการดันสิว อย่าเพิ่งถอดใจในการใช้ครีมตัวนั้น ให้ลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้เพื่อให้ผิวผ่านช่วงวิกฤตไปได้ง่ายขึ้น
- หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ไปเพิ่มการสะสมสิ่งสกปรกใต้ผิว เช่น
- ลดหรือเลี่ยงการแต่งหน้า
- เน้นการทำความสะอาดอย่างหมดจด ล้ำลึกและอ่อนโยน แบบ Double cleansing ด้วยขั้นตอนเช็ดเครื่องสำอางและการล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีค่า pH ใกล้เคียงกับผิว
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ส่งผลต่อปัญหาสิว เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด เลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดปัญหาสิว
- หลีกเลี่ยงฝุ่นควันมลภาวะ
- ลดความถี่ในการใช้ โดยหากใช้ Retinol หรือ BHA แล้วหน้าแดงลอก ให้ลดลงเหลือสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อให้ผิวได้ปรับตัว
- ใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ (Moisturizer) เพื่อเสริมความชุ่มชื้น เสริมปราการผิวให้แข็งแรง เนื่องจากการผลัดเซลล์ผิวมักทำให้ผิวแห้งกร้าน ห้ามบีบหรือแกะสิว และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะระหว่างวัน เพื่อไม่ไปรบกวน หรือกระตุ้นปัญหาสิว และลดดอกาสการเกิดร่องรอยหลังปัญหาสิว (รอยแดง รอยดำ หรือรอยหลุมสิว)
- ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกเช้า โดยเลือกสูตรที่ไม่ทำให้เิกดการอุดตัน (Non-comedogenic) เพราะแสงแดดเป็นอีกปัจจัยที่ไปกระตุ้นการเกิดปัญหาสิวได้ รวมถึงส่งผลให้รอยสิวและจุดด่างดำเข้มขึ้นด้วย
เมื่อไหร่ที่ควรหยุดใช้ครีมทันที
หากสัญญาณเตือนสังเกตได้จากอาการเหล่านี้ ที่บ่งบอกว่าไม่ใช่การดันสิว แต่เป็นการแพ้หรือผิวอักเสบอย่างรุนแรง
- มีอาการแสบ ร้อน แดง หรือคันยิบ ๆ ตลอดเวลาหลังทา
- มีผื่นขึ้นเป็นปื้น หรือตุ่มใส ๆ กระจายตัว
- สิวเห่อรุนแรงในจุดที่ไม่เคยเป็นสิวมาก่อนเกิน 6-8 สัปดาห์
สรุป
อาการดันสิว สิวเห่อหลังการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาสิว เป็นอาการชั่วคราวที่นำไปสู่ผลลัพธ์ผิวที่ดีขึ้น แต่ต้องแลกมาด้วยความอดทนและการสังเกตตัวเองอย่างใกล้ชิด แต่หากผ่านพ้นไปได้นั่นหมายถึงการเคลียร์ใต้ผิวอย่างหมดจด จัดการกับการอุดตันที่แฝงตัวอยู่ใต้ผิวทำให้เราเกิดปัญหาสิวแบบต่อเนื่องไม่จบไม่สิ้น แต่หากจัดการเคลียร์กับการอุดตันเหล่านี้ร่วมกับการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดการอุดตันใต้ผิวนี้ก็จะเป็นการจบปัญหาสิวเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพ การแยกอาการที่เกิดขึ้นเป็นการดันสิวหรือการแพ้ จะทำให้สามารถดูแลผิวได้อย่างตรงจุดและปลอดภัย ได้ผิวหน้าที่สวยใสดังต้องการ