ผิวแห้ง คืออะไร? เกิดจากอะไร 6 สาเหตุที่ต้องรู้
ปัญหาผิวแห้ง คือ ผิวที่มีปริมาณน้ำมันเคลือบผิวน้อยมาก อาจเกิดจากต่อมไขมันที่มีขนาดเล็ก จึงผลิตน้ำมันได้น้อยไม่เพียงพอ ปราการของผิวไม่แข็งแรง ทำให้สารก่ออาการระคายต่าง ๆ สามารถซึมผ่านเข้าสู่ผิวได้มากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้ผิวระคายเคือง ส่งผลให้เกิดอาการอักเสบ มีอาการคัน และเมื่อเกาก็ยิ่งไปรบกวนปราการผิว ทำให้ผิวยิ่งแห้ง ระคายเคืองมากกว่าเดิม และความอ่อนแอของปราการผิวนี้ยังทำให้การสูญเสียน้ำจากผิวเพิ่มมากยิ่งขึ้น เหมือนเคราะห์ซ้ำกันซัด ทีผิวต้องเผชิญ…น้ำมันเคลือบผิวมีน้อย และยังมีปริมาณน้ำในผิวลดลงไปอีก จากผิวแห้ง ก็เลยทำให้มีแนวโน้ม ผิวบอบบาง ระคายเคืองง่าย และส่งผลทำให้เกิดปัญหาริ้วรอยก่อนวัยด้วยเช่นกัน
6 ประเภท ผิวแห้ง พร้อมวิธีสังเกตอาการแต่ละแบบ
ประเภทของอาการผิวหนังแห้ง ประกอบด้วยลักษณะดังต่อไปนี้
- ผิวแห้งเล็กน้อย: ผิวลักษณะนี้จะมีความเป็น ผิวแห้ง คันเป็นขุยบาง ๆ เพียงเล็กน้อย รู้สึกแห้งตึงไม่รุนแรงมากนัก สามารถฟื้นฟูด้วยการทามอยส์เจอร์ไรเซอร์
- ผิวแห้งปานกลาง: เป็นเนื้อผิวแห้งแตกเหมือนเกล็ดปลา และอาจมีการลอกออกมาเป็นแผ่น ทำให้รู้สึกคันได้
- ผิวแห้งรุนแรง: ผิวมีลักษณะนี้จะมีอาการแห้ง แตกเป็นรอยลึก อาจมีอาการคันรุนแรง เจ็บแสบ ซึ่งต้องได้รับการดูแลรักษาเป็นพิเศษ
- ผิวหยาบกร้าน: ผิวหนังลักษณะนี้จะมีความหยาบกระด้าง ไม่เรียบเนียน มักเกิดขึ้นบริเวณข้อศอก หัวเข่า หรือส่วนที่มีการเสียดสีอยู่บ่อย ๆ
- ผิวแห้งจากสภาพแวดล้อม: เป็นลักษณะผิวแห้งที่เกิดจากความระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ อาทิเช่น สภาพอากาศ
- ผิวแห้งจากปัญหาสุขภาพ: ผิวแห้งเกิดจากโรค เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคผิวหนังอักเสบ ฯลฯ
ตารางเปรียบเทียบอาการผิวแห้งแต่ละระดับ พร้อมวิธีฟื้นบำรุงอย่างตรงจุด
| ประเภทและระดับอาการ | วิธีการสังเกตอาการ | แนวทางการฟื้นบำรุงผิว |
|---|---|---|
| ผิวแห้งเล็กน้อย | ผิวเริ่มขาดความชุ่มชื้น รู้สึกแห้งตึงเบา ๆ หลังอาบน้ำ มีอาการคันหรือเป็นขุยบาง ๆ เพียงเล็กน้อย | ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อโลชั่นหรือครีมสูตรอ่อนโยนเป็นประจำเช้า-เย็น เพื่อเติมความชุ่มชื้น |
| ผิวแห้งปานกลาง | ปราการผิวเริ่มเสียหาย ผิวแห้งกร้านจนเห็นรอยแตก มีอาการคันระคายเคือง และผิวลอกออกมาเป็นแผ่น | ใช้ครีมบำรุงสูตรเข้มข้นที่ช่วยซ่อมแซมฟิล์มปกป้องผิว และหลีกเลี่ยงการสครับหรือขัดผิว |
| ผิวแห้งรุนแรง | โครงสร้างผิวแห้งแตกเป็นรอยลึก มีอาการคันรุนแรง ผิวแดงอักเสบ หรืออาจมีเลือดซึมตามรอยแตก | แนะนำให้พบแพทย์ผิวหนังเพื่อรักษา ร่วมกับการใช้เวชสำอางสูตรเข้มข้นสำหรับผิวบอบบาง |
| ผิวหยาบกร้าน | ผิวหนังหนาตัวขึ้น หยาบกระด้าง ไม่เรียบเนียน มักเกิดเฉพาะจุดที่มีการเสียดสีบ่อย เช่น ข้อศอกและหัวเข่า | ทาบาล์มบำรุงผิวสูตรเข้มข้นที่มีส่วนผสมของเชียร์บัตเตอร์ เพื่อปรับผิวให้กลับมาเนียนนุ่ม |
| ผิวแห้งจากสภาพแวดล้อม | ผิวแห้งตึงเฉพาะช่วงที่เผชิญปัจจัยภายนอก เช่น อากาศหนาวเย็น ความชื้นต่ำ หรือการอาบน้ำอุ่นจัด | ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงสูตร Non-comedogenic และหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัด |
| ผิวแห้งจากปัญหาสุขภาพ | ผิวแห้งคันเรื้อรังที่เกี่ยวเนื่องมาจากโรคผิวหนัง เช่น โรคสะเก็ดเงินหรือโรคผิวหนังอักเสบ | ต้องรับการรักษาจากแพทย์ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสูตรอ่อนโยนที่แพทย์แนะนำเท่านั้น |
ผิวแห้ง แบบไหนควรไปพบแพทย์? 4 สัญญาณเตือนที่ห้ามมองข้าม
- อาการระคายเคือง แสบ แดงแบบรุนแรง หรือมีรอยโรคบนผิว เช่นผื่น ปื้น
- ผิวแห้งมากๆ พบรอยแตกลึกเป็นแผล หรือมีอาการคันร่วมด้วย
- อาการผิวแห้งที่มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ร่างกายมีความเหนื่อยล้า อ่อนแรง หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ เนื้อเยื่อบริเวณอื่นมีอาการแห้ง โดยเฉพาะกรณีที่ไม่ทราบสาเหตุ เช่น ดวงตา ริมฝีปาก เป็นต้น
โปรไฟล์ ผู้เชี่ยวชาญ

เภสัชกรหญิงลักษณา ทรัพย์ชูกุล
ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ลา โรช-โพเซย์
วุฒิการศึกษา: วิทยาศาสตรบัณฑิต และวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / เภสัชศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
ประวัติการทำงาน: ประสบการณ์ด้านเครื่องมือแพทย์ (เครื่องเลเซอร์), งานวิจัยการทดสอบทางคลินิก, ผลิตภัณฑ์เวชสำอางมากกว่า 10 ปี
6 วิธีดูแล ผิวแห้ง ให้กลับมาชุ่มชื้น แบบทำได้ที่บ้าน
การฟื้นฟูสภาวะผิวแห้งกร้านให้กลับมาเนียนนุ่ม สุขภาพดี และมีเกราะปกป้องผิวที่แข็งแรง
สามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากกิจวัตรประจำวันที่บ้าน
โดยคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังในการดูแลโครงสร้างผิวอย่างถูกวิธี มีดังนี้
- 1. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัดหรือน้ำร้อนจัด:
น้ำที่มีอุณหภูมิสูงเกินไปจะเข้าไปชะล้างน้ำมันตามธรรมชาติที่เคลือบปกป้องผิวให้หลุดออก ส่งผลให้เกิดภาวะผิวแห้ง คัน และระคายเคืองได้ง่าย แนะนำให้อาบน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นชั่วครู่ไม่เกิน 5-10 นาที - 2. เป็นพิเศษ:
ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีค่า pH ใกล้เคียงผิว ปราศจากสบู่ (Soap-free) และมีคุณสมบัติในการทำความสะอาดผิวอย่างหมดจรดและอ่อนโยน ไม่ทำให้รู้สึกแห้งตึงหลังการทำความสะอาด - 3. หลีกเลี่ยงส่วนผสมที่รบกวนสมดุลผิว:
น้ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ผิวระคายเคือง เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ และสารลดแรงตึงผิวที่รุนแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อค่าความเป็นกรด-ด่างของผิว และทำให้ปราการผิวอ่อนแอลง และส่งผลต่อสมดุลไมโครไบโอมบนผิว - 4. เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มอบความชุ่มชื้นคืนสู่ผิว:
ควรทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ ที่ให้ผิวชุ่มชื้นอย่างอ่อนโยนและยาวนาน ทั้งนี้ American Academy of Dermatology Association (AAD) แนะนำให้ผู้ที่มีผิวแห้งทามอยส์เจอไรเซอร์ทันทีภายใน 3 นาทีหลังอาบน้ำหรือล้างหน้า ขณะที่ผิวยังคงมีความชื้นอยู่ เพื่อช่วยกักเก็บน้ำในชั้นผิว และฟื้นบำรุงปราการผิวอย่างมีประสิทธิภาพ - 5. ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว:
กว่า 70% ขององค์ประกอบในร่างกายเป็นน้ำ และผิวหนังยังมีการสูญเสียน้ำออกจากผิวได้ตลอดเวลา ดังนั้นการเติมน้ำให้ร่างกายอย่างสม่ำเสมอเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยให้เซลล์ผิวได้รับความชุ่มชื้นจากภายในสู่ภายนอก ส่งผลให้ผิวพรรณดูอิ่มน้ำและมีความยืดหยุ่นที่ดีขึ้น - 6. เลือกรับประทานอาหารที่อุดมด้วยสารอาหารบำรุงผิว:
เน้นการรับประทานอาหารที่มีคุณประโยชน์สูง โดยเฉพาะสารอาหารกลุ่มวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และกรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3) ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยต้านอนุมูลอิสระ ซ่อมแซมเซลล์ผิว และเสริมสร้างความแข็งแรงให้ชั้นฟิล์มเคลือบผิวตามธรรมชาติ
วิธีใช้ ครีมป้องกันผิวแห้ง แบบถูกวิธี
- เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหมาะกับประเภทและปัญหาผิว
- ทามอยซ์เจอไรเซอร์ภายใน 3 นาทีหลังอาบน้ำ และทาผลิตภัณฑ์ให้ทั่วใบหน้าและลำคอ เป็นประจำทั้งเช้าและก่อนนอน
- ทาครีมในปริมาณที่เหมาะสม เพียงพอต่อความต้องการของผิว
4 ครีมบำรุง ผิวแห้ง La Roche-Posay เภสัชกรแนะนำ ปี 2026
CICAPLAST BAUME B5+
บาล์มซ่อมผิว ช่วยปลอบประโลมและฟื้นบำรุงแม้ผิวที่ถูกทำร้ายสำหรับการซ่อมแซมผิว ลดโอกาสของการเกิดรอยแผลเป็น
คุณสมบัติ
- ผสานศาสตร์ไมโครไบโอม เพื่อคืนสมดุลไมโครไบโอม เพื่อการซ่อมแซมผิวที่เห็นผลได้ดีกว่า และเร็วกว่า ร่วมกับ5% แพนทีนอล และสารสกัดจากใบบัวบก บรรเทาอาการระคายเคืองไม่สบายผิว ร่วมกับการเสริมกระบวนการซ่อมแซมผิวอย่างอ่อนโยน
- สูตรอ่อนโยน ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม และสารกันเสีย
- ผ่านการทดสอบว่าสามารถใช้ได้กับเด็กอายุ 1 สัปดาห์ขึ้นไป และช่วยดูแลผิวของผู้ป่วยที่รับผลกระทบจากการรักษามะเร็ง
- ให้ผิวชุ่มชื้นยาวนาน 48 ชั่วโมง
LIPIKAR BAUME AP+MAX (สูตรสำหรับผิวแห้งและคันมาก) & LIPIKAR BAUME light AP+M (สูตรสำหรับผิวแห้งและคัน)
LIPIKAR BAUME AP+MAX มอยซ์เจอไรเซอร์สูตรเข้มข้น สำหรับผิวแห้งและคันมาก สามารถใช้กับเด็กแรกเกิดได้ (จำหน่ายในโรงพยาบาลเท่านั้น)
LIPIKAR BAUME light AP+M มอยซ์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบา สำหรับผิวแห้งและคันผ่านการทดสอบกับเด็กอายุ 3 เดือนขึ้นไป
คุณสมบัติ
- ครั้งแรกของมอยซ์เจอไรเซอร์ที่บรรเทาอาการคัน ลดการเกิดซ้ำของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis, AD) คืนสมดุลไมโครไบโอม ปกป้องผิวจากมลภาวะ และละอองเกสร
- สูตรอ่อนโยน ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม และสารกันเสีย
- ผ่านการทดสอบกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง และกุมารแพทย์ และช่วยดูแลผิวของผู้ป่วยที่รับผลกระทบจากการรักษามะเร็ง
- ให้ผิวชุ่มชื้นยาวนาน 48 ชั่วโมง
สาเหตุของผิวแห้งในผู้สูงอายุ
- ผิวหนังมีการผลิตน้ำมันน้อยลง
- ผิวหนังบางลง
- การไหลเวียนของโลหิตลดลง
- อากาศแห้ง
- การใช้ยาบางชนิด
วิธีการดูแล และวิธีแก้ผิวแห้ง ในผู้สูงอายุ
- หลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัด และใช้เวลาอาบน้ำไม่เกิน 5-10 นาที ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรอ่อนโยน มี pH ใกล้เคียงผิว
- เลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมช่วยเสริมความแข็งแรงของผิว เช่น Hyaluronic Acid, Shea Butter Glycerin เป็นต้น
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- ทานอาหารที่มีประโยชน์
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
- หากพบว่ามีอาการผิวแห้งรุนแรง ให้ปรึกษาแพทย์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ผิวแห้ง (FAQ)
ผิวแห้งเกิดจากอะไร?
ผิวแห้งเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกร่างกาย อาทิเช่น
- พันธุกรรม เพราะบางคนมีผิวที่ผลิตน้ำมันน้อยตามธรรมชาติ
- อายุที่มากขึ้น ผิวหนังจะผลิตน้ำมันน้อยลง
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
- โรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคสะเก็ดเงิน (psoriasis)
- สภาพอากาศ อากาศแห้ง หนาวเย็น ลมแรง
- อาบน้ำบ่อย อาบน้ำร้อนจัด
- มลภาวะ ฝุ่น ควัน
- ความเครียด
มีวิธีการดูแลผิวแห้งอย่างไรบ้าง?
- เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสูตรอ่อนโยน มีค่า pH ใกล้เคียงผิว และไม่มีสารที่ก่อให้เกิดความระคายเคืองอาทิเช่นแอลกอฮอล์ น้ำหอม สารกันเสีย
- ใช้มอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำทั้งเช้าและก่อนนอน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวัน
- อาบน้ำเย็นแทนการอาบน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น
- หลีกเลี่ยงหรือป้องกันมลภาวะและสภาพอากาศและปัจจัยอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดความระคายเคือง
- หากมีอาการระคายเคือง ไม่สบายผิว มีรอยโรคที่รุนแรงขึ้น แนะนำให้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง
สารสำคัญในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแห้งที่ดีควรมีอะไรบ้าง?
- กลีเซอรีน (Glycerin): มีคุณสมบัติดึงดูดน้ำ ทำให้ผิวชุ่มชื้นและมีความยืดหยุ่น
- เชียร์บัตเตอร์ (Shea Butter): มอยส์เจอร์ไรเซอร์ชนิดเข้มข้นที่อุดมไปด้วยวิตามิน A และ E
- แพนธีนอล (Panthenol): มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ซ่อมแซม และปกป้องผิว
- มาดิคัสโซไซด์ (Madecassiside): ช่วยลดการอักเสบ กระตุ้นการผลิตคอลลาเจน และช่วยในการซ่อมแซมผิวชั้นนอก
การดื่มน้ำช่วยป้องกันผิวแห้งหรือไม่?
การดื่มน้ำให้เพียงพอสามารถ ช่วยป้องกันผิวแห้งได้ เพราะน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของผิวหนัง ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น เต่งตึง และยืดหยุ่น โดยปริมาณน้ำที่แพทย์และผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ดื่มคือวันละ 8 แก้วหรือเฉลี่ยโดยประมาณน้ำ 2 ลิตร
ผิวแห้งหน้าลอกเป็นขุย ใช้อะไรดี
เมื่อผิวหน้าแห้งลอกเป็นขุย แสดงว่าเกราะปกป้องผิวกำลังอ่อนแออย่างหนัก แนะนำให้พักการใช้สกินแคร์ที่มีสารช่วยซ่อมแซมปราการผิว เช่น กลีเซอรีน เชีย บัตเตอร์ ไนอะซินาไมด์ แพนธีนอล เป็นต้น พื่อซ่อมแซมปราการผิว ลดการระคายเคือง และล็อกความชุ่มชื้นให้อยู่บนผิวยาวนานขึ้น ควบคู่กับการใช้คลีนเซอร์ทำความสะอาดผิวหน้าสูตรอ่อนโยน (มี pH ใกล้เคียงผิว) ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังล้าง
สรุป
ปัญหาผิวแห้ง อาจเป็นปัญหาที่หลายคนไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร ซึ่งไม่ได้ผิดอะไร เพราะหากแค่ผิวแห้ง…สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ แต่หากยังมองข้ามไม่สนใจดูแลอาการแห้งของผิว อาจส่งผลให้มีอาการอื่นๆ ที่รุนแรง ลแะรบกวนต่อการใช้ชีวิตตามมาได้ เช่น การคัน แสบ ไม่สบายผิว หรือรอยผื่น ที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพ ปัญหาง่าย แก้ไขง่ายๆ แต่มองข้ามไปไม่ได้เด็ดขาด แค่การใช้มอยซ์เจอไรเซอร์เป็นประจำทุกวันอย่างสม่ำเสมอก็สามารถดูแลปัญหาผิวแห้งได้แล้ว และมีอีกสิ่งสำคัญที่หลายคนมองข้ามไปคือเมื่อผิวมีความชุ่มชื้นที่ดี มีสมดุลของน้ำและน้ำมันในผิวที่ดี นี่คือสัญญาณที่ดีในยการแก้ปัญหาผิวอื่นๆ ทั้งหน้ามัน รูขุมขนกว้าง จุดด่างดำ ริ้วรอย ซึ่งผิวที่แห้งขาดน้ำ ขาดความชุ่มชื้นล้วนส่งผลต่อปัญหาดังกล่าวข้างต้นทั้งสิ้น ดูแลผิวแห้งทำได้ง่าย และได้ผลมากกว่าที่คุณคิด

