ผิวแห้ง เกิดจากอะไร? เข้าใจสาเหตุ พร้อม 6 วิธีฟื้นฟูผิวแห้งให้กลับมาชุ่มชื้น

Article Read Duration 7 min read

ผิวแห้ง คือหนึ่งในปัญหาผิวที่สร้างความกังวลใจให้ใครหลายคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มักแสดงอาการผ่านสัญญาณเตือนอย่างความรู้สึกแห้งตึง หลังการทำความสะอาด อาการลอกเป็นขุย หรือผิวดูหยาบกร้าน ไม่เรียบเนียน ซึ่งสะท้อนคุณภาพของปราการปกป้องผิว (Skin Barrier) ที่อ่อนแอและขาดความชุ่มชื้นอย่างหนัก หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี อาจนำไปสู่การระคายเคืองที่รุนแรงอาการคัน นำไปสู่ร่องรอยความเสียบนผิว และส่งผลให้สูญเสียความมั่นใจในที่สุด บทความนี้เราจะมาเจาะลึกถึงต้นตอของปัญหาผิวแห้งในระดับโครงสร้างผิว พร้อมเช็กระดับความรุนแรงและแนวทางการฟื้นบำรุงผิวให้กลับมาเนียนนุ่ม สุขภาพดี ด้วยวิธีที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ

ผิวแห้ง คืออะไร? เกิดจากอะไร 6 สาเหตุที่ต้องรู้

ปัญหาผิวแห้ง คือ ผิวที่มีปริมาณน้ำมันเคลือบผิวน้อยมาก อาจเกิดจากต่อมไขมันที่มีขนาดเล็ก จึงผลิตน้ำมันได้น้อยไม่เพียงพอ ปราการของผิวไม่แข็งแรง ทำให้สารก่ออาการระคายต่าง ๆ สามารถซึมผ่านเข้าสู่ผิวได้มากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้ผิวระคายเคือง ส่งผลให้เกิดอาการอักเสบ มีอาการคัน และเมื่อเกาก็ยิ่งไปรบกวนปราการผิว ทำให้ผิวยิ่งแห้ง ระคายเคืองมากกว่าเดิม และความอ่อนแอของปราการผิวนี้ยังทำให้การสูญเสียน้ำจากผิวเพิ่มมากยิ่งขึ้น เหมือนเคราะห์ซ้ำกันซัด ทีผิวต้องเผชิญ…น้ำมันเคลือบผิวมีน้อย และยังมีปริมาณน้ำในผิวลดลงไปอีก จากผิวแห้ง ก็เลยทำให้มีแนวโน้ม ผิวบอบบาง ระคายเคืองง่าย และส่งผลทำให้เกิดปัญหาริ้วรอยก่อนวัยด้วยเช่นกัน

6 ประเภท ผิวแห้ง พร้อมวิธีสังเกตอาการแต่ละแบบ

ประเภทของอาการผิวหนังแห้ง ประกอบด้วยลักษณะดังต่อไปนี้

  • ผิวแห้งเล็กน้อย: ผิวลักษณะนี้จะมีความเป็น ผิวแห้ง คันเป็นขุยบาง ๆ เพียงเล็กน้อย รู้สึกแห้งตึงไม่รุนแรงมากนัก สามารถฟื้นฟูด้วยการทามอยส์เจอร์ไรเซอร์
  • ผิวแห้งปานกลาง: เป็นเนื้อผิวแห้งแตกเหมือนเกล็ดปลา และอาจมีการลอกออกมาเป็นแผ่น ทำให้รู้สึกคันได้
  • ผิวแห้งรุนแรง: ผิวมีลักษณะนี้จะมีอาการแห้ง แตกเป็นรอยลึก อาจมีอาการคันรุนแรง เจ็บแสบ ซึ่งต้องได้รับการดูแลรักษาเป็นพิเศษ
  • ผิวหยาบกร้าน: ผิวหนังลักษณะนี้จะมีความหยาบกระด้าง ไม่เรียบเนียน มักเกิดขึ้นบริเวณข้อศอก หัวเข่า หรือส่วนที่มีการเสียดสีอยู่บ่อย ๆ
  • ผิวแห้งจากสภาพแวดล้อม: เป็นลักษณะผิวแห้งที่เกิดจากความระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ อาทิเช่น สภาพอากาศ
  • ผิวแห้งจากปัญหาสุขภาพ: ผิวแห้งเกิดจากโรค เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคผิวหนังอักเสบ ฯลฯ

ตารางเปรียบเทียบอาการผิวแห้งแต่ละระดับ พร้อมวิธีฟื้นบำรุงอย่างตรงจุด

ประเภทและระดับอาการ วิธีการสังเกตอาการ แนวทางการฟื้นบำรุงผิว
ผิวแห้งเล็กน้อย ผิวเริ่มขาดความชุ่มชื้น รู้สึกแห้งตึงเบา ๆ หลังอาบน้ำ มีอาการคันหรือเป็นขุยบาง ๆ เพียงเล็กน้อย ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อโลชั่นหรือครีมสูตรอ่อนโยนเป็นประจำเช้า-เย็น เพื่อเติมความชุ่มชื้น
ผิวแห้งปานกลาง ปราการผิวเริ่มเสียหาย ผิวแห้งกร้านจนเห็นรอยแตก มีอาการคันระคายเคือง และผิวลอกออกมาเป็นแผ่น ใช้ครีมบำรุงสูตรเข้มข้นที่ช่วยซ่อมแซมฟิล์มปกป้องผิว และหลีกเลี่ยงการสครับหรือขัดผิว
ผิวแห้งรุนแรง โครงสร้างผิวแห้งแตกเป็นรอยลึก มีอาการคันรุนแรง ผิวแดงอักเสบ หรืออาจมีเลือดซึมตามรอยแตก แนะนำให้พบแพทย์ผิวหนังเพื่อรักษา ร่วมกับการใช้เวชสำอางสูตรเข้มข้นสำหรับผิวบอบบาง
ผิวหยาบกร้าน ผิวหนังหนาตัวขึ้น หยาบกระด้าง ไม่เรียบเนียน มักเกิดเฉพาะจุดที่มีการเสียดสีบ่อย เช่น ข้อศอกและหัวเข่า ทาบาล์มบำรุงผิวสูตรเข้มข้นที่มีส่วนผสมของเชียร์บัตเตอร์ เพื่อปรับผิวให้กลับมาเนียนนุ่ม
ผิวแห้งจากสภาพแวดล้อม ผิวแห้งตึงเฉพาะช่วงที่เผชิญปัจจัยภายนอก เช่น อากาศหนาวเย็น ความชื้นต่ำ หรือการอาบน้ำอุ่นจัด ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงสูตร Non-comedogenic และหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัด
ผิวแห้งจากปัญหาสุขภาพ ผิวแห้งคันเรื้อรังที่เกี่ยวเนื่องมาจากโรคผิวหนัง เช่น โรคสะเก็ดเงินหรือโรคผิวหนังอักเสบ ต้องรับการรักษาจากแพทย์ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสูตรอ่อนโยนที่แพทย์แนะนำเท่านั้น


ผิวแห้ง แบบไหนควรไปพบแพทย์? 4 สัญญาณเตือนที่ห้ามมองข้าม

  • อาการระคายเคือง แสบ แดงแบบรุนแรง หรือมีรอยโรคบนผิว เช่นผื่น ปื้น
  • ผิวแห้งมากๆ พบรอยแตกลึกเป็นแผล หรือมีอาการคันร่วมด้วย
  • อาการผิวแห้งที่มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ร่างกายมีความเหนื่อยล้า อ่อนแรง หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ เนื้อเยื่อบริเวณอื่นมีอาการแห้ง โดยเฉพาะกรณีที่ไม่ทราบสาเหตุ เช่น ดวงตา ริมฝีปาก เป็นต้น

โปรไฟล์ ผู้เชี่ยวชาญ

เภสัชกรหญิงลักษณา ทรัพย์ชูกุล


เภสัชกรหญิงลักษณา ทรัพย์ชูกุล

ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ลา โรช-โพเซย์

วุฒิการศึกษา: วิทยาศาสตรบัณฑิต และวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / เภสัชศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

ประวัติการทำงาน: ประสบการณ์ด้านเครื่องมือแพทย์ (เครื่องเลเซอร์), งานวิจัยการทดสอบทางคลินิก, ผลิตภัณฑ์เวชสำอางมากกว่า 10 ปี

6 วิธีดูแล ผิวแห้ง ให้กลับมาชุ่มชื้น แบบทำได้ที่บ้าน

การฟื้นฟูสภาวะผิวแห้งกร้านให้กลับมาเนียนนุ่ม สุขภาพดี และมีเกราะปกป้องผิวที่แข็งแรง
สามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากกิจวัตรประจำวันที่บ้าน
โดยคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังในการดูแลโครงสร้างผิวอย่างถูกวิธี มีดังนี้

  • 1. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัดหรือน้ำร้อนจัด:
    น้ำที่มีอุณหภูมิสูงเกินไปจะเข้าไปชะล้างน้ำมันตามธรรมชาติที่เคลือบปกป้องผิวให้หลุดออก ส่งผลให้เกิดภาวะผิวแห้ง คัน และระคายเคืองได้ง่าย แนะนำให้อาบน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นชั่วครู่ไม่เกิน 5-10 นาที
  • 2. เป็นพิเศษ:
    ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีค่า pH ใกล้เคียงผิว ปราศจากสบู่ (Soap-free) และมีคุณสมบัติในการทำความสะอาดผิวอย่างหมดจรดและอ่อนโยน ไม่ทำให้รู้สึกแห้งตึงหลังการทำความสะอาด
  • 3. หลีกเลี่ยงส่วนผสมที่รบกวนสมดุลผิว:
    น้ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ผิวระคายเคือง เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ และสารลดแรงตึงผิวที่รุนแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อค่าความเป็นกรด-ด่างของผิว และทำให้ปราการผิวอ่อนแอลง และส่งผลต่อสมดุลไมโครไบโอมบนผิว
  • 4. เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มอบความชุ่มชื้นคืนสู่ผิว:
    ควรทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ ที่ให้ผิวชุ่มชื้นอย่างอ่อนโยนและยาวนาน ทั้งนี้ American Academy of Dermatology Association (AAD) แนะนำให้ผู้ที่มีผิวแห้งทามอยส์เจอไรเซอร์ทันทีภายใน 3 นาทีหลังอาบน้ำหรือล้างหน้า ขณะที่ผิวยังคงมีความชื้นอยู่ เพื่อช่วยกักเก็บน้ำในชั้นผิว และฟื้นบำรุงปราการผิวอย่างมีประสิทธิภาพ
  • 5. ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว:
    กว่า 70% ขององค์ประกอบในร่างกายเป็นน้ำ และผิวหนังยังมีการสูญเสียน้ำออกจากผิวได้ตลอดเวลา ดังนั้นการเติมน้ำให้ร่างกายอย่างสม่ำเสมอเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยให้เซลล์ผิวได้รับความชุ่มชื้นจากภายในสู่ภายนอก ส่งผลให้ผิวพรรณดูอิ่มน้ำและมีความยืดหยุ่นที่ดีขึ้น
  • 6. เลือกรับประทานอาหารที่อุดมด้วยสารอาหารบำรุงผิว:
    เน้นการรับประทานอาหารที่มีคุณประโยชน์สูง โดยเฉพาะสารอาหารกลุ่มวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และกรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3) ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยต้านอนุมูลอิสระ ซ่อมแซมเซลล์ผิว และเสริมสร้างความแข็งแรงให้ชั้นฟิล์มเคลือบผิวตามธรรมชาติ

วิธีใช้ ครีมป้องกันผิวแห้ง แบบถูกวิธี

  1. เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหมาะกับประเภทและปัญหาผิว
  2. ทามอยซ์เจอไรเซอร์ภายใน 3 นาทีหลังอาบน้ำ และทาผลิตภัณฑ์ให้ทั่วใบหน้าและลำคอ เป็นประจำทั้งเช้าและก่อนนอน
  3. ทาครีมในปริมาณที่เหมาะสม เพียงพอต่อความต้องการของผิว

4 ครีมบำรุง ผิวแห้ง La Roche-Posay เภสัชกรแนะนำ ปี 2026

CICAPLAST BAUME B5+

บาล์มซ่อมผิว ช่วยปลอบประโลมและฟื้นบำรุงแม้ผิวที่ถูกทำร้ายสำหรับการซ่อมแซมผิว ลดโอกาสของการเกิดรอยแผลเป็น


คุณสมบัติ

  • ผสานศาสตร์ไมโครไบโอม เพื่อคืนสมดุลไมโครไบโอม เพื่อการซ่อมแซมผิวที่เห็นผลได้ดีกว่า และเร็วกว่า ร่วมกับ5% แพนทีนอล และสารสกัดจากใบบัวบก บรรเทาอาการระคายเคืองไม่สบายผิว ร่วมกับการเสริมกระบวนการซ่อมแซมผิวอย่างอ่อนโยน
  • สูตรอ่อนโยน ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม และสารกันเสีย
  • ผ่านการทดสอบว่าสามารถใช้ได้กับเด็กอายุ 1 สัปดาห์ขึ้นไป และช่วยดูแลผิวของผู้ป่วยที่รับผลกระทบจากการรักษามะเร็ง
  • ให้ผิวชุ่มชื้นยาวนาน 48 ชั่วโมง

LIPIKAR BAUME AP+MAX (สูตรสำหรับผิวแห้งและคันมาก) & LIPIKAR BAUME light AP+M (สูตรสำหรับผิวแห้งและคัน)

LIPIKAR BAUME AP+MAX มอยซ์เจอไรเซอร์สูตรเข้มข้น สำหรับผิวแห้งและคันมาก สามารถใช้กับเด็กแรกเกิดได้ (จำหน่ายในโรงพยาบาลเท่านั้น)

LIPIKAR BAUME  light AP+M มอยซ์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบา สำหรับผิวแห้งและคันผ่านการทดสอบกับเด็กอายุ 3 เดือนขึ้นไป


คุณสมบัติ

  • ครั้งแรกของมอยซ์เจอไรเซอร์ที่บรรเทาอาการคัน ลดการเกิดซ้ำของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis, AD) คืนสมดุลไมโครไบโอม ปกป้องผิวจากมลภาวะ และละอองเกสร
  • สูตรอ่อนโยน ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม และสารกันเสีย
  • ผ่านการทดสอบกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง และกุมารแพทย์ และช่วยดูแลผิวของผู้ป่วยที่รับผลกระทบจากการรักษามะเร็ง
  • ให้ผิวชุ่มชื้นยาวนาน 48 ชั่วโมง

สาเหตุของผิวแห้งในผู้สูงอายุ

  • ผิวหนังมีการผลิตน้ำมันน้อยลง
  • ผิวหนังบางลง
  • การไหลเวียนของโลหิตลดลง
  • อากาศแห้ง
  • การใช้ยาบางชนิด

วิธีการดูแล และวิธีแก้ผิวแห้ง ในผู้สูงอายุ

  • หลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัด และใช้เวลาอาบน้ำไม่เกิน 5-10 นาที ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรอ่อนโยน มี pH ใกล้เคียงผิว
  • เลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมช่วยเสริมความแข็งแรงของผิว เช่น Hyaluronic Acid, Shea Butter Glycerin เป็นต้น
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หากพบว่ามีอาการผิวแห้งรุนแรง ให้ปรึกษาแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ผิวแห้ง (FAQ)

ผิวแห้งเกิดจากอะไร?

ผิวแห้งเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกร่างกาย อาทิเช่น

  • พันธุกรรม เพราะบางคนมีผิวที่ผลิตน้ำมันน้อยตามธรรมชาติ
  • อายุที่มากขึ้น ผิวหนังจะผลิตน้ำมันน้อยลง
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
  • โรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคสะเก็ดเงิน (psoriasis)
  • สภาพอากาศ อากาศแห้ง หนาวเย็น ลมแรง
  • อาบน้ำบ่อย อาบน้ำร้อนจัด
  • มลภาวะ ฝุ่น ควัน
  • ความเครียด

มีวิธีการดูแลผิวแห้งอย่างไรบ้าง?

  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสูตรอ่อนโยน มีค่า pH ใกล้เคียงผิว และไม่มีสารที่ก่อให้เกิดความระคายเคืองอาทิเช่นแอลกอฮอล์ น้ำหอม สารกันเสีย
  • ใช้มอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำทั้งเช้าและก่อนนอน
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวัน
  • อาบน้ำเย็นแทนการอาบน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น
  • หลีกเลี่ยงหรือป้องกันมลภาวะและสภาพอากาศและปัจจัยอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดความระคายเคือง
  • หากมีอาการระคายเคือง ไม่สบายผิว มีรอยโรคที่รุนแรงขึ้น แนะนำให้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง

สารสำคัญในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแห้งที่ดีควรมีอะไรบ้าง?

  • กลีเซอรีน (Glycerin): มีคุณสมบัติดึงดูดน้ำ ทำให้ผิวชุ่มชื้นและมีความยืดหยุ่น
  • เชียร์บัตเตอร์ (Shea Butter): มอยส์เจอร์ไรเซอร์ชนิดเข้มข้นที่อุดมไปด้วยวิตามิน A และ E
  • แพนธีนอล (Panthenol): มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ซ่อมแซม และปกป้องผิว
  • มาดิคัสโซไซด์ (Madecassiside): ช่วยลดการอักเสบ กระตุ้นการผลิตคอลลาเจน และช่วยในการซ่อมแซมผิวชั้นนอก

การดื่มน้ำช่วยป้องกันผิวแห้งหรือไม่?

การดื่มน้ำให้เพียงพอสามารถ ช่วยป้องกันผิวแห้งได้ เพราะน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของผิวหนัง ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น เต่งตึง และยืดหยุ่น โดยปริมาณน้ำที่แพทย์และผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ดื่มคือวันละ 8 แก้วหรือเฉลี่ยโดยประมาณน้ำ 2 ลิตร


ผิวแห้งหน้าลอกเป็นขุย ใช้อะไรดี

เมื่อผิวหน้าแห้งลอกเป็นขุย แสดงว่าเกราะปกป้องผิวกำลังอ่อนแออย่างหนัก แนะนำให้พักการใช้สกินแคร์ที่มีสารช่วยซ่อมแซมปราการผิว เช่น กลีเซอรีน เชีย บัตเตอร์ ไนอะซินาไมด์ แพนธีนอล เป็นต้น พื่อซ่อมแซมปราการผิว ลดการระคายเคือง และล็อกความชุ่มชื้นให้อยู่บนผิวยาวนานขึ้น ควบคู่กับการใช้คลีนเซอร์ทำความสะอาดผิวหน้าสูตรอ่อนโยน (มี pH ใกล้เคียงผิว) ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังล้าง

สรุป

ปัญหาผิวแห้ง อาจเป็นปัญหาที่หลายคนไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร ซึ่งไม่ได้ผิดอะไร เพราะหากแค่ผิวแห้ง…สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ แต่หากยังมองข้ามไม่สนใจดูแลอาการแห้งของผิว อาจส่งผลให้มีอาการอื่นๆ ที่รุนแรง ลแะรบกวนต่อการใช้ชีวิตตามมาได้ เช่น การคัน แสบ ไม่สบายผิว หรือรอยผื่น ที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพ ปัญหาง่าย แก้ไขง่ายๆ แต่มองข้ามไปไม่ได้เด็ดขาด แค่การใช้มอยซ์เจอไรเซอร์เป็นประจำทุกวันอย่างสม่ำเสมอก็สามารถดูแลปัญหาผิวแห้งได้แล้ว และมีอีกสิ่งสำคัญที่หลายคนมองข้ามไปคือเมื่อผิวมีความชุ่มชื้นที่ดี มีสมดุลของน้ำและน้ำมันในผิวที่ดี นี่คือสัญญาณที่ดีในยการแก้ปัญหาผิวอื่นๆ ทั้งหน้ามัน รูขุมขนกว้าง จุดด่างดำ ริ้วรอย ซึ่งผิวที่แห้งขาดน้ำ ขาดความชุ่มชื้นล้วนส่งผลต่อปัญหาดังกล่าวข้างต้นทั้งสิ้น ดูแลผิวแห้งทำได้ง่าย และได้ผลมากกว่าที่คุณคิด