สิวแบบนี้ทิ้งรอยแบบไหน และบีบสิวทำให้รอยหายช้าจริงไหม?
สิวยิ่งอักเสบลึก ยิ่งมีโอกาสทิ้งรอยมาก และพฤติกรรมอย่างการบีบหรือแกะสิวก็ทำให้รอยจางช้าลงจริง ก่อนเลือกวิธีดูแลรอยสิว จึงควรรู้ประเภทของสิวที่เป็นอยู่ และมีโอกาสทิ้งรอยแบบไหน
สิวอุดตัน สิวอักเสบ และสิวอักเสบลึก ทิ้งรอยต่างกันอย่างไร?
สิวแต่ละประเภทเกิดในระดับความลึกของผิวไม่เท่ากัน จึงทิ้งรอยต่างกัน อย่างสิวอุดตันที่เกิดจากน้ำมันและเซลล์ผิวจับตัวกันอุดรูขุมขนโดยไม่มีการอักเสบ มักไม่ค่อยทิ้งรอย แต่หากถูกบีบหรือกลายเป็นสิวอักเสบก็สามารถทิ้งรอยได้
| ประเภทสิว | ลักษณะ | รอยที่มักเกิดตามมา |
|---|---|---|
| สิวอุดตัน | ตุ่มนูนเล็กๆ ไม่แดง ไม่เจ็บ | ส่วนใหญ่ไม่ทิ้งรอย แต่บางครั้งก็อาจเกิดรอยได้ |
| สิวอักเสบ | ตุ่มแดง อาจมีหัวหนอง | รอยแดง หรือรอยดำ |
| สิวอักเสบลึก | ก้อนใหญ่ อยู่ลึก กดแล้วเจ็บ |
รอยแดง รอยดำ และมีความเสี่ยงเกิดรอยหลุมมากที่สุด |
บีบหรือแกะสิวทำให้รอยสิวหายช้าลงจริงไหม?
จริงที่สุด!! การบีบหรือแกะสิวนอกจากเป็นการไปรบกวนสิวอย่างที่สุด ทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น แล้วอาจดันสิ่งอุดตันที่อยู่ในรูขุมขนให้ยิ่งลงลึกไปในผิว รวมถึงส่งผลรบกวนสมดุลไมโครไบโอมบนผิว (Skin microbiome) ทำให้ปัญหาสิวรุนแรงขึ้น/สิวแย่ลง ส่งผลให้เกิดรอยแดงหรือรอยดำที่ตามมา หรือหากมีรอยแดงหรือรอยดำอยู่แล้วก็จะส่งผลให้เข้มขึ้น จึงใช้เวลาที่จะทำให้รอยจางลงนานมากขึ้น ทางที่ดีควรใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลปัญหาสิวโดยไม่ไปรบกวน/หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า จะเป็นการแแก้และกันรอยสิวที่ดีและเห็นผลที่สุด

รอยสิวใช้เวลานานแค่ไหนถึงจางลง โดนแดดทำให้เข้มขึ้นไหม?
รอยแดงและรอยดำจากสิวเกิดจากสาเหตุที่ต่างกัน ใช้เวลาจางลงไม่เท่ากัน
| รายละเอียด | รอยแดงจากสิว | รอยดำจากสิว |
|---|---|---|
| ชื่อเรียก |
Post-inflammatory Erythema (PIE) |
Post-inflammatory Hyperpigmentation (PIH) |
| สี | แดง ชมพู หรือม่วงอ่อน | น้ำตาลจนถึงน้ำตาลเข้ม |
| สาเหตุ |
หลอดเลือดฝอยบริเวณที่เคยอักเสบ ขยายตัว | ผิวสร้างเมลานินเพิ่มขึ้นหลังการอักเสบ |
| ผลจากแสงแดด | ทำให้รอยดูชัดขึ้นได้ | กระตุ้นให้รอยเข้มขึ้นและจางช้าลง |
รอยแดงจากสิว (Post-inflammatory Erythema,PIE) ใช้เวลาจางลงกี่วัน?
รอยแดงจากสิวอาจใช้เวลาตั้งแต่หลายสัปดาห์ถึงหลักเดือนกว่าจะจางลงเอง ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล รอยแดงจากสิวเกิดจากหลอดเลือดฝอยบริเวณที่เคยอักเสบยังขยายตัวอยู่ ไม่ได้เกิดจากเม็ดสี จึงมักเห็นเป็นสีแดงหรือชมพู ควรดูแลผิวอย่างอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการขัดผิว และไม่แกะเกาบริเวณที่เป็นรอย
รอยดำจากสิว (Post-inflammatory Hyperpigmentation,PIH) ต้องรอนานแค่ไหน และโดนแดดบ่อยมีผลอย่างไร?
รอยดำที่เกิดจากสิวมักจางลงเองได้ รอยดำเกิดจากการที่ผิวสร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้นหลังการเป็นสิว การเผชิญแสงแดดบ่อยๆ ทั้งรังสี UV และแสงสีฟ้าจากดวงอาทิตย์จะกระตุ้นการสร้างเม็ดสีได้มากขึ้น ส่งผลให้รอยดำจากสิวจนรอยเข้มขึ้น การทากันแดดทุกวันจึงช่วยป้องกันไม่ให้รอยดำเข้มขึ้น และยังช่วยให้รอยดำที่มีอยู่จางลงได้ด้วย
ทำยังไงให้รอยสิวจางลง และเมื่อไหร่ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง?
การดูแลรอยแดงและรอยดำจากสิวเริ่มได้จากการดูแลผิวอย่างถูกวิธี สิ่งสำคัญ คือ หยุดสิวเกิดใหม่ ไม่บีบ ไม่แกะ ไม่กด และต้องทากันแดดทุกวัน ร่วมกับการใช้ผลิตภัณฑ์ลดรอยสิวอย่างต่อเนื่อง เพราะทุกครั้งที่มีสิวอักเสบใหม่ก็มีโอกาสเกิดรอยใหม่ตามมา การรักษาสิวให้ตรงประเภทตั้งแต่ต้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด ลองทำตามขั้นตอนนี้
- ดูแลสิวที่ยังมีอยู่ให้สงบลง เพื่อลดโอกาสเกิดรอยใหม่
- ไม่บีบ กด แกะสิวและเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า
- ทำความสะอาดผิวอย่างหมดจรดและอ่อนโยน
- ใช้เซรั่มลดรอยสิวอย่างสม่ำเสมอ และสังเกตการเปลี่ยนแปลงของผิวอย่างต่อเนื่อง
- ทากันแดดเป็นประจำทุกเช้า และทาซ้ำเมื่อต้องเผชิญแสงแดดจัด
เซรั่มลดรอยสิวควรเลือกแบบไหน และควรใช้ต่อเนื่องนานแค่ไหน?
ระยะเวลาที่เห็นการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันในแต่ละบุคคลและแต่ละประเภทของรอย การใช้เซรั่มลดรอยสิวควรใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง การเลือกเซรั่มลดรอยสิว ควรมองหาส่วนผสมที่เสริมผลัดเซลล์ผิวอย่าง Salicylic Acid, Glycolic Acid หรือ LHA ร่วมกับการทากันแดดเป็นประจำในทุกเช้า

ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวมันที่มีปัญหาสิวอุดตันและมีแนวโน้มระคายเคืองง่ายมีตัวไหนบ้าง?
สำหรับผิวมันที่มีปัญหาสิวอุดตันและรอยสิว ขอแนะนำ “เอฟฟาคลาร์ เซรั่ม (EFFACLAR SERUM)” เป็นเซรั่มจาก La Roche-Posay สำหรับดูแลผิวที่มีปัญหาสิวอุดตันตั้งแต่ต้นตอ ผสาน 3 โมเลกุลทางการแพทย์ ได้แก่ Salicylic Acid, Glycolic Acid และ LHA ช่วยดูแลผิวมันที่มีปัญหาสิวอุดตัน เสริมการผลัดเซลล์ผิวเก่าอย่างอ่อนโยนและเป็นธรรมชาติ พร้อมไนอะซินาไมด์ (วิตามิน B3) และน้ำแร่ลา โรช-โพเซย์ ช่วยปลอบประโลมผิวบอบบางมีแนวโน้มระคายเคืองง่าย
- เนื้อเซรั่มเข้มข้น สัมผัสบางเบา สูตร Non-Comedogenic
- ใช้ทาให้ทั่วใบหน้า (เว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก) วันละครั้งก่อนนอน ร่วมกับการใช้มอยซ์เจอไรเซอร์
- ทากันแดดเป็นประจำทุกเช้า
สรุป
ระยะเวลาในการดูแลรอยสิวให้จางลงขึ้นอยู่กับประเภทของรอยจากสิว สิ่งที่สำคัญที่สุดในการแก้ปัญหารอยสิวคือการหยุดสิวเกิดใหม่ และแก้ไขรอยสิวเดิมที่มีอยู่ร่วมกับการใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดเป็นประจำทุกเช้า พร้อมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไปรบกวนสิวและรอยสิว หยุดปัจจัยหรือสิ่งที่ทำให้เกิดสิว หยุดการกด บีบ แกะสิวโดยเด็ดขาด และเซรั่มลดรอยสิวที่ผสานสารผลัดเซลล์เป็นอีกทางลัดในการแก้ปัญหารอยสิวที่จะเห็นผล รอยสิวแลดูจางลงได้อย่างรวดเร็ว “เอฟฟาคลาร์ เซรั่ม” ผสานสามพลังโมเลกุล (AHA&BHA&LHA) เพื่อเสริมการผลัดเซลล์พร้อมการปลอบประโลมด้วยไนอะซินาไมด์และน้ำแร่ลา โรช-โพเซย์ นอกจากช่วยให้รอยสิวจางลงได้ดีขึ้นแล้วยังช่วยป้องกันสิวเกิดใหม่ได้อีกด้วย
ซื้อ La Roche-Posay Effaclar Serum
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรอยสิว (FAQ)
1. รอยดำจากสิวหายเองได้ไหม ต้องรอนานแค่ไหน?
หายเองได้ แต่ระยะเวลาในการจางลงของรอยสิวขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แนะนำให้ใช้เซรั่มลดรอยสิวร่วมกับการใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกเช้า จะช่วยให้รอยจากสิวจางลงได้ดีขึ้น และเห็นผลได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
2. สิวอุดตันหายแล้วทำไมยังมีรอย?
สิวอุดตันส่วนใหญ่ไม่ค่อยทิ้งรอย แต่ถ้าบีบ กด หรือแกะ อาจส่งผลให้สิวอุดตันพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบได้ ส่งผลให้เิกดรอยแดงหรือรอยดำตามมา
3. ทำยังไงให้รอยสิวจางลง?
ป้องกันไม่ให้เกิดสิวใหม่ พร้อมการดูแลสิวเดิมที่เป็นอยู่ ร่วมกับการใช้กันแดดเป็นประจำทุกเช้า ที่สำคัญต้องไม่บีบ กดหรือแกะสิว การใช้เซรั่มลดรอยสิวที่มีส่วนผสมช่วยผลัดเซลล์ผิวจะช่วยให้รอยสิวจางลงได้เร็วมากขึ้น
4. โดนแดดบ่อยทำให้รอยดำจากสิวเข้มขึ้นไหม?
แสงแดดส่งผลให้รอยดำเข้มมากขึ้นได้อย่างแน่นอน รังสี UV และแสงสีฟ้าจากดวงอาทิตย์กระตุ้นให้ผิวสร้างเม็ดสีเพิ่มขึ้น รอยดำจากสิวจึงเข้มขึ้นและจางช้าลง ควรทากันแดดอย่างถ฿กต้องเป็นประจำทุกเช้าแม้วันที่ไม่ได้เผชิญแสงแดด (อยู่ในอาคาร) และทาซ้ำเมื่ออยู่กลางแจ้ง

