RETINOL B3 SERUM

เซรั่มลดเลือนริ้วรอยร่องลึก ผิวไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอ และความร่วงโรยของผิว
ขนาดผลิตภัณฑ์
Volume
15406be6-04c8-46d2-8cec-1a46a4e5c3f1

30 มล.

larocheposay

แนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ

  • ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและเปล่งประกาย
    เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องผิวจะค่อยๆ รู้สึกกระชับขึ้นและสัญญาณแห่งความร่วงโรยจะได้รับการดูแล ทั้งริ้วรอยร่องลึกและ เส้นริ้วรอยบาง รวมถึงผิวที่ไม่เรียบเนียน
    สามารถได้กับผิวที่บอบบางมีแนวโน้มระคายเคืองง่าย
  • RETINOL B3 Serum ช่วยปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียนและเปล่งประกายขึ้นได้ ในระยะยาว ผิวจะค่อยๆ คืนความกระชับและสัญญาณแห่งความร่วงโรยจะได้รับการดูแล ทั้งริ้วรอยร่องลึกและ เส้นริ้วรอยบาง รวมถึงผิวที่ไม่เรียบเนียน
  • เซรั่มเพื่อการฟื้นบำรุงที่ทรงเอกลักษณ์ เข้มข้นด้วยโมเลกุลที่ช่วยลดเลือนริ้วรอย "เรตินอล" [Pure + Gradual Release] ที่ผสานเข้ากับวิตามินบี 3 เพื่อฟื้นบำรุงสภาพผิว
  • RETINOL B3 คือสูตรที่มีเอกสักษณ์อันโดดเด่นที่รวม เรตินอล สองรูปแบบ ทั้ง Pure และ Gradual Retinol ไว้ด้วยกันเพื่อให้ออกฤทธิ์ต่อต้านริ้วรอยได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
    ผสานเข้ากับวิตามินบี 3 เพื่อประสิทธิภาพในการฟื้นบำรุงขั้นสูงสุด
ขนาดผลิตภัณฑ์
Volume
15406be6-04c8-46d2-8cec-1a46a4e5c3f1

30 มล.

วิธีการใช้:

lrp-pdp-V2-how-to-apply-RightsEnd-14-01-2024
  • ปริมาณ
    3-4 หยด
  • ความถี่
    ใช้ในตอนเย็น
  • บริเวณ
    ที่บริเวณใบหน้าและลำคอ
  • คำแนะนำ
    ใช้ในตอนเย็นที่บริเวณใบหน้าและลำคอ ใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ป้องกันแดดเป็นประจำทุกวัน(SPF>15)

ยืนยันโดยผู้ใช้จริง

ค้นหาร้านขายยา

FAQs

Retinol B3 Serum ตัวนี้ช่วยแก้ปัญหาผิวเรื่องอะไรบ้าง?

Retinol B3 Serum เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการลดเลือนริ้วรอย ทั้งริ้วรอยแรกเริ่ม ริ้วรอยร่องลึก ผิวไม่เรียบเนียน และผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย และยังช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้น จึงเหมาะสำหรับผิวที่มีปัญหาริ้วรอย ทั้งริ้วรอยแห่งวัยและ/หรือริ้วรอยที่เกิดจากแสงแดด

ควรใช้ Retinol B3 Serum ในขั้นตอนไหนของการบำรุง?

แนะนำให้ใช้ Retinol B3 Serum เป็นประจำทุกวันก่อนนอน ก่อนการใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ แต่หากมีอาการระคายเคือง แนะนำให้ทามอยซ์เจอไรเซอร์ก่อนแล้วจึงทา Retinol B3 Serum ทีหลัง (ความชุ่มชื้นจากมอยซ์เจอไรเซอร์จะช่วยลดอาการระคายเคืองจากเรตินอลได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวบอบบาง ระคายเคืองง่าย แนะนำให้ทา Retinol B3 Serum ทั่วใบหน้า เว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก และต้องใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดเป็นประจำทุกเช้า

เริ่มใช้ Retinol B3 Serum อย่างไรให้ผิวค่อยๆ ปรับตัวได้?

หลังการใช้ Retinol B3 Serum ครั้งแรก...

หากไม่มีอาการระคายเคือง : สามารถใช้ Retinol B3 Serum เป็นประจำทุกคืนก่อนนอนร่วมกับการใช้มอยซ์เจอไรเซอร์

แต่หากมีอาการระคายเคือง (แม้ร่วมกับการใช้มอยซ์เจอไรเซอร์) : แนะนำให้ใช้ Retinol B3 Serum สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ร่วมกับการใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ แล้วเมื่ออาการระคายเคืองหายไปค่อยปรับมาใช้เป็นประจำทุกคืน

หากมีอาการระคายเคืองอยู่ แนะนำให้ทามอยซ์เจอไรเซอร์ก่อนแล้วจึงทา Retinol B3 Serum ทีหลัง

อาการระคายเคืองแบบไหนที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อเริ่มใช้ Retinol B3 Serum

สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้-ระคายเคืองง่าย หลังการใช้ Retinol B3 Serum อาจมีอาการผิวแห้ง เป็นขุย แดง ระคายเคืองแสบ ยิบๆ หรือรู้สึกตึงผิว (ที่มักจะดีขึ้นหลังการใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ หรืออาการระคายเคืองที่ลดลงทุกวันหลังการใช้ จนไม่มีอาการ) แต่ไม่ใช่อาการคัน ไม่มีผด-ผื่น หรือตุ่มแดงใดๆ

ห้ามใช้ Retinol B3 Serum คู่กับสกินแคร์ตัวไหนในเวลาเดียวกันบ้าง?

แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ Retinol B3 Serum ในเวลาเดียวกันกับยารักษาสิว เช่น กรดวิตามินเอ, Benzoyl Peroxide หรือยาใดๆ ที่มีอาการระคายเคืองจากการใช้ยา สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้-ระคายเคืองง่ายควรเลี่ยงการใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่มีสารผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA หรือสารใดๆ ที่ใช้แล้วมีอาการระคายเคือง

ทำไมการทากันแดดทุกวันถึงสำคัญมากในช่วงที่ใช้ Retinol ?

ผลิตภัณฑ์ Retinol B3 Serum มีสารสำคัญในกลุ่มของกรดวิตามินเอที่ส่งผลให้ผิวมีความไวจากแสงแดด อาจส่งผลให้ริ้วรอยแย่ลง รวมถึงอาการระคายเคืองไม่สบายผิว นอกจากปนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะตอนการคืนเท่านั้นแล้ว ยังต้องใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีประสิทธิภาพวสูงเป็นประจำในทุกเช้า เพื่อประสิทธิภาพการลดเลือนริ้วรอยอย่างเห็นผลขัดเจน และรวดเร็วมากขึ้น