RETINOL B3 SERUM
แนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ
- ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและเปล่งประกาย
เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องผิวจะค่อยๆ รู้สึกกระชับขึ้นและสัญญาณแห่งความร่วงโรยจะได้รับการดูแล ทั้งริ้วรอยร่องลึกและ เส้นริ้วรอยบาง รวมถึงผิวที่ไม่เรียบเนียน
สามารถได้กับผิวที่บอบบางมีแนวโน้มระคายเคืองง่าย - RETINOL B3 Serum ช่วยปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียนและเปล่งประกายขึ้นได้ ในระยะยาว ผิวจะค่อยๆ คืนความกระชับและสัญญาณแห่งความร่วงโรยจะได้รับการดูแล ทั้งริ้วรอยร่องลึกและ เส้นริ้วรอยบาง รวมถึงผิวที่ไม่เรียบเนียน
- เซรั่มเพื่อการฟื้นบำรุงที่ทรงเอกลักษณ์ เข้มข้นด้วยโมเลกุลที่ช่วยลดเลือนริ้วรอย "เรตินอล" [Pure + Gradual Release] ที่ผสานเข้ากับวิตามินบี 3 เพื่อฟื้นบำรุงสภาพผิว
- RETINOL B3 คือสูตรที่มีเอกสักษณ์อันโดดเด่นที่รวม เรตินอล สองรูปแบบ ทั้ง Pure และ Gradual Retinol ไว้ด้วยกันเพื่อให้ออกฤทธิ์ต่อต้านริ้วรอยได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ผสานเข้ากับวิตามินบี 3 เพื่อประสิทธิภาพในการฟื้นบำรุงขั้นสูงสุด
วิธีการใช้:

- ปริมาณ3-4 หยด
- ความถี่ใช้ในตอนเย็น
- บริเวณที่บริเวณใบหน้าและลำคอ
- คำแนะนำใช้ในตอนเย็นที่บริเวณใบหน้าและลำคอ ใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ป้องกันแดดเป็นประจำทุกวัน(SPF>15)
ยืนยันโดยผู้ใช้จริง
- 82%ผิวแลดูอ่อนเยาว์การวิจัยการประเมินผลโดยผู้ใช้จริงตอนกลางคืนในผู้หญิง 51 รายที่มีช่วงอายุไม่เกิน 65 ปี เป็นเวลา 2 เดือน
- 92%ผิวรู้สึกสดชื่นการวิจัยการประเมินผลโดยผู้ใช้จริงตอนกลางคืนในผู้หญิง 51 รายที่มีช่วงอายุไม่เกิน 65 ปี เป็นเวลา 2 เดือน
- 90%ผิวแลดูเนียนละเอียดการวิจัยการประเมินผลโดยผู้ใช้จริงตอนกลางคืนในผู้หญิง 51 รายที่มีช่วงอายุไม่เกิน 65 ปี เป็นเวลา 2 เดือน
FAQs
Retinol B3 Serum ตัวนี้ช่วยแก้ปัญหาผิวเรื่องอะไรบ้าง?
Retinol B3 Serum เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการลดเลือนริ้วรอย ทั้งริ้วรอยแรกเริ่ม ริ้วรอยร่องลึก ผิวไม่เรียบเนียน และผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย และยังช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้น จึงเหมาะสำหรับผิวที่มีปัญหาริ้วรอย ทั้งริ้วรอยแห่งวัยและ/หรือริ้วรอยที่เกิดจากแสงแดด
ควรใช้ Retinol B3 Serum ในขั้นตอนไหนของการบำรุง?
แนะนำให้ใช้ Retinol B3 Serum เป็นประจำทุกวันก่อนนอน ก่อนการใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ แต่หากมีอาการระคายเคือง แนะนำให้ทามอยซ์เจอไรเซอร์ก่อนแล้วจึงทา Retinol B3 Serum ทีหลัง (ความชุ่มชื้นจากมอยซ์เจอไรเซอร์จะช่วยลดอาการระคายเคืองจากเรตินอลได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวบอบบาง ระคายเคืองง่าย แนะนำให้ทา Retinol B3 Serum ทั่วใบหน้า เว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก และต้องใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดเป็นประจำทุกเช้า
เริ่มใช้ Retinol B3 Serum อย่างไรให้ผิวค่อยๆ ปรับตัวได้?
หลังการใช้ Retinol B3 Serum ครั้งแรก...
หากไม่มีอาการระคายเคือง : สามารถใช้ Retinol B3 Serum เป็นประจำทุกคืนก่อนนอนร่วมกับการใช้มอยซ์เจอไรเซอร์
แต่หากมีอาการระคายเคือง (แม้ร่วมกับการใช้มอยซ์เจอไรเซอร์) : แนะนำให้ใช้ Retinol B3 Serum สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ร่วมกับการใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ แล้วเมื่ออาการระคายเคืองหายไปค่อยปรับมาใช้เป็นประจำทุกคืน
หากมีอาการระคายเคืองอยู่ แนะนำให้ทามอยซ์เจอไรเซอร์ก่อนแล้วจึงทา Retinol B3 Serum ทีหลัง
อาการระคายเคืองแบบไหนที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อเริ่มใช้ Retinol B3 Serum
สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้-ระคายเคืองง่าย หลังการใช้ Retinol B3 Serum อาจมีอาการผิวแห้ง เป็นขุย แดง ระคายเคืองแสบ ยิบๆ หรือรู้สึกตึงผิว (ที่มักจะดีขึ้นหลังการใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ หรืออาการระคายเคืองที่ลดลงทุกวันหลังการใช้ จนไม่มีอาการ) แต่ไม่ใช่อาการคัน ไม่มีผด-ผื่น หรือตุ่มแดงใดๆ
ห้ามใช้ Retinol B3 Serum คู่กับสกินแคร์ตัวไหนในเวลาเดียวกันบ้าง?
แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ Retinol B3 Serum ในเวลาเดียวกันกับยารักษาสิว เช่น กรดวิตามินเอ, Benzoyl Peroxide หรือยาใดๆ ที่มีอาการระคายเคืองจากการใช้ยา สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้-ระคายเคืองง่ายควรเลี่ยงการใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่มีสารผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA หรือสารใดๆ ที่ใช้แล้วมีอาการระคายเคือง
ทำไมการทากันแดดทุกวันถึงสำคัญมากในช่วงที่ใช้ Retinol ?
ผลิตภัณฑ์ Retinol B3 Serum มีสารสำคัญในกลุ่มของกรดวิตามินเอที่ส่งผลให้ผิวมีความไวจากแสงแดด อาจส่งผลให้ริ้วรอยแย่ลง รวมถึงอาการระคายเคืองไม่สบายผิว นอกจากปนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะตอนการคืนเท่านั้นแล้ว ยังต้องใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีประสิทธิภาพวสูงเป็นประจำในทุกเช้า เพื่อประสิทธิภาพการลดเลือนริ้วรอยอย่างเห็นผลขัดเจน และรวดเร็วมากขึ้น




