3 เทคนิคการรับมือปัญหาผิวเป็นสิวจากมลภาวะ

Article Read Duration 7 min read


“หมอกจางๆ และควัน คล้ายกันจนบางทีไม่อาจรู้” แต่วันนี้อาจจะไม่ใช่ทั้งหมอก ไม่ใช่ทั้งควัน แต่มันคือมลภาวะที่ทำให้ท้องฟ้าไม่โปร่งใส ไม่เพียงเท่านั้นฝุ่นควันมลภาวะเหล่านี้ โดยเฉพาะฝุ่นขนาดเล็ก หรือฝุ่นมลพิษ (Particulate Matter, PM) ที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน โดยรวมจึงเรียกว่า PM 2.5 หรือที่หลายคนให้สมญานามเค้าว่า “ฝุ่นจิ๋ว” ซึ่งสามารถส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ทำให้มีการกำเริบของโรค เช่น หืด หอบ และยังมีงานวิจัยที่ยืนยันว่า “ฝุ่นจิ๋ว” ยังส่งผลไปถึงสุขภาพผิว ซึ่งเป็นอวัยวะที่เสมือนปราการด่านหน้าที่ต้องเผชิญกับกองกำลังของฝุ่นมลพิษจิ๋ว โดย “ฝุ่นจิ๋ว” ซึ่งมีขนาดเล็กมากๆ จนสามารถแทรกซึมผ่านเข้าไปในผิวหนัง แล้วส่งผลต่อผิวเช่น
  • กระตุ้นการผลิตน้ำมัน สาเหตุสำคัญของการเกิดปัญหาสิว
  • ทำลายปราการผิว ทำให้ผิวมีการสูญเสียน้ำออกจากผิวเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดผิวแห้ง
  • กระตุ้นให้เกิดการอักเสบ นำไปสู่อาการระคายเคือง ผิวแพ้ง่ายขึ้น
  • กระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้เกิดปัญหาจุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ

“สิว- ผิวแห้ง- ผิวแพ้ง่าย-จุดด่างดำ”ปัญหาผิวหลักๆ ที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นจิ๋วมลพิษ

เรียกได้ว่าเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัดสำหรับผิวของพี่น้องชาวไทยก็คงไม่ผิด เพราะมีงานวิจัยที่ยืนยันว่ารังสียูวีสามารถร่วมมือกับ “ฝุ่นมลพิษ/ฝุ่นจิ๋ว” ส่งผลต่อการทำร้ายผิวที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเราชาวไทยต้องพร้อมที่จะรับมือกับปัญหาผิวจากมลภาวะ โดยเฉพาะ “สิว” ปัญหาผิวยืนหนึ่งของเรา ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ ที่สามารถทำเองได้ ได้แก่

1.หลีกเลี่ยงการเผชิญฝุ่นมลพิษ

หลีกเลี่ยงการเผชิญฝุ่นมลพิษโดยเฉพาะวันที่ค่าของดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) สูงกว่า 100 หากเลี่ยงไม่ได้ แนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อต้องออกไปข้างนอกร่วมกับการหลีกเลี่ยงแสงแดด อีกปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ฝุ่นจิ๋วทำร้ายผิวได้มากยิ่งขึ้น

2.เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีคุณสมบัติปกป้องผิวจากมลภาวะ

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีคุณสมบัติปกป้องผิวจากมลภาวะ โดยมีกลไกการปกป้องผิวจากมลภาวะมี 2 กลไก ได้แก่

การลดการเกาะติด (Anti-Adhesion)

การลดการเกาะติด (Anti-Adhesion) ของฝุ่นมลพิษ ด้วยการฟอร์มตัวของส่วนผสมสำคัญในผลิตภัณฑ์ เกิดเป็นชั้นฟิล์มที่เคลือบอยู่บนผิว ที่สามารถลดการเกาะติดของฝุ่นจิ๋วบนผิวของเรา ทำให้ฝุ่นจิ๋วผ่านเข้าสู่ผิวน้อยลง ทำร้ายผิวได้ลดลง

ปฏิกิริยาแอนตี้ออกซิเดชั่น (Anti-Oxidation)

ปฏิกิริยาแอนตี้ออกซิเดชั่น (Anti-Oxidation) ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) พบว่าฝุ่นจิ๋วสามารถกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ (Free radicals) ภายในผิวเพิ่มมากขึ้น ส่งผลต่อกลไกการทำงานในชั้นผิว นำไปสู่อาการต่างๆ ของ 4 ปัญหาผิวที่ได้รับผลกระทบบนผิว “สิว- ผิวแห้ง- ผิวแพ้ง่าย-จุดด่างดำ”

โดยแนะนำให้เลือกคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์บำรุงในการปกป้องผิวจากมลภาวะในทุกๆ ขั้นตอน ดังนี้
  • ขั้นตอนทำความสะอาด : เลือกผลิตภัณฑ์?ความสะอาดที่สามารถเช็ดหรือล้างเอาสิ่งสกปรกรวมถึงฝุ่นจิ๋วให้ออกจากผิวได้อย่างอ่อนโยน
  • ขั้นตอนการบำรุงและป้องกัน : เลือกมอยซ์เจอไรเซอร์ ครีมลดรอยสิว และครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติปกป้องผิวจากมลภาวะ ไม่ว่าจะกลไกการลดการเกาะติดของฝุ่นจิ๋ว และ/หรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) ที่คุณสมบัติแอนตี้ออกซิเดชั่น ลดการทำร้ายผิวจากอนุมูลอิสระที่เกิดเพิ่มมากขึ้นจากการกระตุ้นของฝุ่นจิ๋วนั่นเอง

3.เลือกรับประทานผักและผลไม้หลากหลายสีสัน

เลือกรับประทานผักและผลไม้หลากหลายสีสัน เพื่อเพิ่มปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระให้แก่ผิวและร่างกาย

สรุป

ปัญหามลพิษในอากาศ (Air Pollution) รวมไปถึง “ฝุ่นจิ๋ว” ส่วนใหญ่เกิดจากการฝีมือของมนุษย์เราไม่ว่าจะมาจากทางเกษตรกรรม หรืออุตสาหกรรม ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม และยังคงยืนยันได้เช่นเดียวกับการดูแลแก้ปัญหาผิวที่ว่าการป้องกันทำได้ง่ายกว่า และเห็นผลได้ดีกว่าการแก้ไขที่ปลายเหตุ ดังนั้นพวกเราทุกคนต้องหันมาจับมือกันช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อลดปัญหามลภาวะไม่ว่าจะทางน้ำ หรือทางอากาศ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผิวหนังของเรา

References:

  1. https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1368
  2. Drakaki et al. 2014 doi: 10.3389/fenvs.2014.00011
  3. https://pm2_5.nrct.go.th/definition
  4. http://ozone.tmd.go.th/UV_index.htm