สิวอุดตัน ต้นตอของปัญหาสิว

Article Read Duration 5 นาทีที่อ่าน

 

สิวอุดตัน ต้นตอของวงจรสิว?

 HOW TO จบปัญหาสิวด้วย Effaclar Serum

สาเหตุของการเกิดสิวมาจาก 4 สาเหตุ

    1.ต่อมไขมัน (sebum) ผลิตน้ำมันมากผิดปกติ ซึ่งปัจจัยที่กระตุ้นต่อมไขมันมีหลายปัจจัย เช่นพันธุกรรม (เกิดเป็นสิวฮอร์โมน) อาหารที่รับประทาน เช่นอาหารทอดที่มีน้ำมันเยอะๆ สภาพอากาศและมลภาวะ PM 2.5 ที่ก่อให้เกิดสิว เช่นสิวผดได้ และความเครียดต่างๆ
    2.การแบ่งเซลล์ผิวมากผิดปกติ
    3.การอักเสบ
    4.การติดเชื้อแบคทีเรีย และเสียสมดุลแบคทีเรียบนผิว

ตำแหน่งสิวบนใบหน้าคือตำแหน่งของรูขุมขน ซึ่งจุดเริ่มต้นของการเกิดสิวเริ่มจากการแบ่งเซลล์ผิวบริเวณรูขุมขนที่มากผิดปกติ ทำให้ซากเซลล์ผิวเหล่านั้นมาอุดตันทางออกของน้ำมันที่ผลิตออกมามากผิดปกติเช่นเดียวกัน จึงก่อให้เกิดการอุดตันภายในผิวที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เรียกว่าไมโครคอมิโดน (microcomedone) ในขั้นแรกสุด จึงก่อให้เกิดการอุดตันภายในผิว กลายเป็นสิวอุดตันที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งสิ่งนี้เราถือว่าเป็น “ต้นตอของสิว” ในระยะแรกของวงจรสิว และถ้าปล่อยไว้นานจะพัฒนาไปเป็นสิวอุดตัน (Comedone) เช่น สิวอุดตันหัวขาว (whitehead acne) สิวอุดตันหัวดำหรือสิวเสี้ยนอุดตัน (blackhead acne) และหากมีการติดเชื้อแบคทีเรียก็จะกลายเป็นสิวอักเสบ (inflammatory acne) จากสิวอักเสบก็จะตามมาด้วยรอยแดง แล้วกลายเป็นรอยดำจากสิว (acne scar) ที่แก้ไขได้ยาก

วิธีป้องกันและวิธีรักษาสิวอุดตันง่ายๆ

 วิธีป้องกันและวิธีรักษาสิวอุดตันง่ายๆ

การป้องกันและการรักษาสิวอุดตัน จริงๆมีหลากหลายวิธีมาก เราจึงแบ่งการดูแลรักษาสิวอุดตันเป็น 2 ทางหลักๆ

 

1.การดูแลง่ายๆ ด้วยตนเอง

    - ขั้นตอนการทำความสะอาด...เพื่อผิวสะอาดอย่างหมดจดและอ่อนโยน
    เนื่องจากขั้นตอนการทำความสะอาดผิวหน้าถือเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ในการดูแลผิวให้ห่างไกลจากปัญหาสิว ดังนั้นควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสำหรับการดูแลปัญหาสิว ตั้งแต่การใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาด เช่น โฟมล้างหน้าลดสิว และใช้โทนเนอร์เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำความสะอาดผิว
    - เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน (oil-free) และเป็นสูตรที่ไม่ทำให้เกิดการอุดตัน (Non comedogenic)
    ความมันส่วนเกินบนใบหน้าเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิว ซึ่งจะเห็นได้ว่าผู้ที่มีปัญหาสิวมักเป็นคนที่มีผิวมันหรือผิวผสม ดังนั้นจึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่ปราศจากน้ำมัน และผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ทำให้เกิดการอุดตัน (Non comedogenic) ซึ่งอาจสังเกตข้อมูลที่ระบุบนฉลาก ที่ช่วยลดโอกาสการเกิดสิวอุดตันได้
    - ปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะ ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้มีการผลิตน้ำมันบนผิวหน้า (sebum) เพิ่มมากขึ้น
    - หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า ไม่แกะหรือจับสิว การบีบเค้น การเกา ต่างๆ เพราะการสัมผัสโดนใบหน้าเสมือนเป็นการกระตุ้นให้เกิดอาการระคายเคืองผิว และอาจจะทำให้แบคทีเรียแพร่กระจายได้เร็วขึ้น

2.การรักษาด้วยการใช้ยาทา

หลายคนมักจะซื้อยารักษาสิว โดยเฉพาะชนิดทา เช่น ครีมรักษาสิว เจลแต้มสิวอักเสบ (ยาต้านเชื้อแบคทีเรีย) ครีมที่ละลายหัวสิว ยาแต้มสิวอักเสบ ยารักษาสิวหัวช้าง เป็นต้น ซึ่งยารักษาสิวเหล่านี้ หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยา แต่ไม่ควรเลือกซื้อจากข้อมูลที่ได้จากอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ควรจะปรึกษาเภสัชกรในการเลือกใช้ยาที่เหมาะสม เพื่อการดูแลสิวอย่างมีประสิทธิภาพ และลดโอกาสเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น การดื้อยา ปัญหาการใช้ยาอย่างไม่ถูกต้องโดยเฉพาะยากลุ่มสเตียรอยด์ ซึ่งส่วนผสมของยารักษาสิวอุดตันที่เป็นที่นิยม ตัวอย่างเช่น

  • เบนซิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide)
  • กรดซาลิไซลิค (Salicylic Acid)
  • กรดอะซีลาอิค (Azelaic Acid)
  • กรดไกลโคลิค (Glycolic Acid)
  •  

    Effaclar Serum ดียังไง?

    พิสูจน์ผลลัพธ์ด้วยตัวเอง    ง่ายๆ ที่บ้าน แค่มี SPOTSCAN

    เซรั่มสลายสิวอุดตัน ที่จบต้นตอปัญหาสิว

    Effaclar Serum เซรั่มสลายสิวอุดตัน ที่จบต้นตอปัญหาสิว
    ที่เข้าสลายสิวอุดตันที่มองเห็นด้วยตาเปล่า (comemodone) และที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า “ไมโครดอมิโดน” (microcomedone) ตั้งแต่ในผิว ด้วยการผสาน 3 โมเลกุลทางการแพทย์ อย่าง
    1. LHA สลายสิวอุดตันพร้อมผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพบนชั้นผิว^ ผลัดรอยดำรอยแดงจากสิว
    2. Salicylic Acid สลายสิ่งอุดตันในรูขุมขน ลดการสะสมของแบคทีเรียที่ต้นตอ
    3. Glycolic Acid เป็น AHA ที่มีโมเลกุลขนาดเล็กที่สุด ลดความรุนแรงของสิวอุดตันที่อาจปะทุรุนแรงขึ้นในอนาคต
    นอกจากนี้ยังมี Niacinamide หรือ วิตามินบี 3 ช่วยปลอบประโลมผิว ลดอาการระคายเคืองผิว
    และยังเป็นสูตรที่ไม่ทำให้เกิดการอุดตัน (Non-comedogenic) ปราศจากสารกันเสียพาราเบนและสารให้สีอีกด้วย
    พิสูจน์แล้วด้วยผลทดสอบทางคลินิกภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง หลังจากใช้เอฟฟาคลาร์ เซรั่ม วันละครั้งก่อนนอนติดต่อกันเพียง 4 สัปดาห์ พบว่าสิวอุดตันลดลง 52%*
    ^ผิวชั้นนอก
    *ผลการสำรวจจากแพทย์ผิวหนัง 62 ประเทศ โดย IQVIA เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2017 ถึงสิงหาคม 2018

    HOW TO จบปัญหาสิวด้วย Effaclar Serum

    แนะนำ NIGHT SKINCARE ROUTINE สำหรับการจบปัญหาสิวที่ต้นตอด้วย
    Effaclar Serum

    EFFACLAR SERUM CONTENT

    1. ควรใช้ร่วมกับมอยซ์เจอไรเซอร์ที่ไม่มีสารผลัดเซลล์ เช่น “โทเลเรียน อัลตร้า/อัลตร้า ไลท์” (Toleriane Ultra / Ultra Light) ครีมบำรุงผิว สูตรปราศจากสารกันเสียแอลกอฮอล์และน้ำหอม เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น พร้อมปลอบประโลมผิว และเสริมสร้างปราการปกป้องผิว (Skin Barrier) ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
    2. ถ้าหากยังมีอาการระคายเคือง แนะนำให้ทามอยซ์เจอไรเซอร์ (Toleriane Ultra Light) ก่อน แล้วจึงทา Effaclar Serum ตามทันที โดยไม่ต้องรอให้มอยซ์เจอไรเซอร์ซึมลงสู่ผิว
    3. หากทำแบบข้อ 2 แล้วยังรู้สึกมีอาการระคายเคือง แนะนำให้ใช้มอยซ์เจอไรเซอร์เป็นประจำทุกคืนร่วมกับการใช้ Effaclar Serum วันเว้นวัน เมื่ออาการะคายเคืองลดน้อยลง จึงปรับมาใช้ “เอฟฟาคลาร์ เซรั่ม” ร่วมด้วยทุกคืน

    พิสูจน์ผลลัพธ์ด้วยตัวเอง ง่ายๆ ที่บ้าน แค่มี SPOTSCAN

    วัดระดับความรุนแรงของสิวก่อนใครง่ายๆ ได้ที่ SPOTSCAN

    ระดับความรุนแรงของสิวก่อนใครง่ายๆ  ได้ที่ SPOTSCAN

    3 ขั้นตอนง่ายๆในการใช้ SPOTSCAN

  • SCAN QR CODE เพื่อเข้าสู่ระบบ SPOTSCAN

  • SCAN YOUR FACE เซลฟี่ ใบหน้าตรง-ใบหน้าขวาและซ้าย

  • SEE RESULTS รอดูผลลัพธ์ได้เลย !!
  •