รักษารอยสิวและสิวที่เกิดขึ้นให้หายได้โดยใช้ครีมดูแลผิว

ความจริง
เกี่ยวกับปัญหาสิว

เรื่องของสิว ที่ไม่สิว...สิว

เรื่องของสิว ที่ไม่สิว...สิว

ปัญหาสิวปัญหาที่ไม่ง่ายในการรักษาให้หาย การรักษาสิวให้หายโดยเริ่มที่สาเหตุนั้น ควรรู้จักกับสาเหตุการเกิดของสิวอักเสบและสิวอุดตันกันก่อน โดยข้อมูลปัญหาสิวจากนายแพทย์ชิดชน ศักดิ์จิรพาพงษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง จากโรงพยาบาลพญาไท 1

ปัญหาเกี่ยวกับสิว เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นเด็กวัยรุ่นไปจนถึงผู้ใหญ่ มีตั้งแต่สิวอุดตันเล็กน้อย หรือสิวอักเสบมากทั่วทั้งใบหน้า รวมถึงสิวบริเวณหน้าอกและหลังด้วย ผลกระทบที่ตามมาคือ ความไม่มั่นใจ เสียบุคลิกภาพ ไม่กล้าเข้าสังคม และอาจเป็นได้มากถึงขั้น “ซึมเศร้า” เลยทีเดียว

สิว คือ การอักเสบของหน่วยรูขุมขนและต่อมไขมัน มักพบบริเวณใบหน้า คอ และลำตัวส่วนบน (อกและหลัง) ซึ่งมีต่อมไขมันขนาดใหญ่หนาแน่น ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดสิว เริ่มตั้งแต่กรรมพันธุ์ เพศ วัย รวมทั้งฮอร์โมน โรคเรื้อรัง รวมถึงปัจจัยภายนอก เช่น ยา ครีม เครื่องสำอางบางชนิด อาหาร แสงแดด อุณหภูมิและสภาพแวดล้อม

กระบวนการการเกิดสิวและการปะทุของสิว

ประเภทของสิว

สามารถแบ่งชนิดของสิวตามลักษณะที่พบได้ 2 ชนิดคือ

1. สิวไม่อักเสบ

สิวไม่อักเสบเกิดจากการหนาตัวผิดปกติของผิวหนังบริเวณรูเปิดต่อมไขมัน ร่วมกับการผลิตไขมันมากขึ้น ทำให้เกิดการอุดตันของต่อมไขมัน ในระยะนี้จะมีสิวอุดตันหัวขาว (หัวปิด) และสิวอุดตันหัวดำ (หัวเปิด)

2. สิวอักเสบ

การเกิดสิวอักเสบเกิดขึ้นจากการที่มีแบคทีเรียเป็นตัวกระตุ้นเพิ่มเติม คือ P. acne (Propionibacterium acnes) เช่น สิวที่เป็นตุ่มแดงอักเสบ, สิวที่มีหนอง (ตุ่มหนอง), สิวอักเสบขนาดใหญ่ (สิวหัวช้าง) และ สิวที่เป็นก้อนนูนแดง ภายในเป็นโพรงมีหนองปนเลือด (สิวซีสต์)

ประเภทของสิวที่พบและความรุนแรงของสิว

ระดับความรุนแรงของปัญหาสิว

สามารถแบ่งความรุนแรงของสิวเป็น 3 ระยะคือ

1. สิวเล็กน้อย (mild acne)

มีสิวอุดตันเป็นส่วนใหญ่ หรือมีสิวอักเสบ/ตุ่มหนอง ไม่เกิน 10 จุด

2. สิวปานกลาง (moderate acne)

มีสิวอักเสบ/ตุ่มหนอง มากกว่า 10 จุด และ/หรือมีสิวอักเสบขนาดใหญ่น้อยกว่า5จุด

3. สิวรุนแรง (severe)

มีสิวอักเสบ/ตุ่มหนองมากมาย และมีสิวอักเสบขนาดใหญ่, สิวซีสต์เป็นจำนวนมาก หรืออาจมีทางเชื่อมหนองไหล (sinus tract)ได้ด้วย

วิธีการรักษาสิวอักเสบ สิวอุดตันอย่างมีประสิทธิภาพ

การรักษาสิว เริ่มตั้งแต่การใช้ยาทาในสิวเล็กน้อย ร่วมกับการรับประทานยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ในคนที่เป็นสิวปานกลางและสิวรุนแรง และอาจมีการใช้การรักษาเสริม เช่น กด/ฉีดสิว, การใช้แสงเลเซอร์ หรือการฉายแสงแดง/น้ำเงิน ผลกระทบของการเป็นสิว มีตั้งแต่รอยดำ/แดง รอยแผลเป็นนูน รอยแผลเป็นบุ๋ม และแผลเป็นคีลอยด์ (keloid scar)

  • เลเซอร์ IPL, Q-switch Nd:YAG, Pulse Dye Laser

    เลเซอร์เหล่านี้นิยมใช้เพื่อช่วยในการรักษาเรื่องเม็ดสีของรอยแดงรอยดำของสิว

  • เทคโนโลยีของเครื่องกลุ่ม Fractional Laser

    ในส่วนรอยแผลเป็นหลุม จะใช้เครื่องที่สามารถทำลายผิวด้านบนและพังผืดด้านล่าง รวมทั้งกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ ซึ่งจะทำให้ผิวหนังเต็มขึ้นมากกว่าเดิม โดยในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีของเครื่องกลุ่ม Fractional Laser สามารถใช้ในการรักษาหลุมสิวและกระชับรูขุมขนได้ดี โดยที่การบาดเจ็บของผิวหนังด้านบนมีน้อย ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน

สิ่งที่สำคัญ คือ เมื่อเริ่มเป็นสิวแล้ว ไม่ควรนิ่งนอนใจ และดูแลผิวหน้าอย่างถูกวิธี คือ “การไม่แกะหรือบีบสิว” และควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคน เพราะถ้าขาดการดูแลที่ดี อาจสร้างรอยแผลเป็นบนใบหน้าและลำตัวได้ กลายเป็นหน้าพังยับเยินแก้ไขได้ยากแน่ๆ

นอกจากนี้การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ ด้วยการออกกำลังกายและทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส และการดูแลป้องกันรักษาไม่ให้เกิดสิวแต่เนิ่นๆ ก็จะช่วยให้ผิวพรรณดีมากยิ่งขึ้นครับ

อ้างอิงข้อมูลรูปภาพ

Wolff K, Goldsmith LA, Katz S1, Gilchrest BA, Paller AS, Leffell DJ: Fitzpatrick’s Dermatology in General Medicine, 7th Edition: http://www.accessmedicine.com

เรื่องของสิว ที่ไม่สิว...สิว
นายแพทย์ชิดชน ศักดิ์จิรพาพงษ์
แพทยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง โรงพยาบาลพญาไท 1

เนื้อหาเกี่ยวกับสิว