UV อินฟราเรด และมลภาวะ ภัยร้ายที่มองไม่เห็น

Article Read Duration 10 นาทีที่อ่าน

Title Chapo

บทความจากแพทย์ผิวหนัง

ลาโรช-โพเซย์-Anthelios ปกป้องผิวจากแดดและรังสี UV

"UV อินฟราเรด และมลภาวะ"

ภัยร้ายที่มองไม่เห็น

อากาศเย็นๆได้ผ่านพ้นไปแล้ว แสงแดดและความร้อนก็เริ่มเพิ่มขี้น เป็นช่วงเริ่มต้นของฤดูร้อน อาจมีเมฆ หรือ ลม ที่ช่วยให้ร่มเงา หรือ ความรู้สึกเย็นลงได้บ้าง หลายๆคนคงรู้สึกดีใจเมื่อถึงหน้าร้อน จะได้ไปเที่ยวทะเล เล่นน้ำช่วงสงกรานต์ แต่อาจไม่ได้เตรียมพร้อมกับภัยเงียบของแสงแดด เชื่อว่าทุกคนเคยได้ยินและรู้จักอันตรายของแสงแดด โดยเฉพาะแสงอัลตราไวโอเลต( Ultraviolet light หรือ UV) แต่มีส่วนน้อยที่รู้ถึงความอันตรายของแสงที่มองเห็นได้ (Visible light) และ รังสีอินฟราเรด (Infrared หรือ IR) รวมถึงมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มมากขึ้น (Pollution) ซึ่งมีผลเสียต่อผิวหนัง

ลาโรช-โพเซย์-Anthelios ปกป้องผิวจากแดดและรังสี UV

แสง UV แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ UVA, UVB และ UVC
UVA : มีส่วนในการทำลาย DNA ของเซลล์ผิวหนัง ก่อให้เกิดผลเสียระยะยาว เช่น รอยผิวหนังเหี่ยวย่น รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งผิวหนัง และต้อกระจกตาอีกด้วย
UVB: เป็นสาเหตุหลักของผิวไหม้จากแสงแดด และทำลาย DNA ของเซลล์ผิวหนัง ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังหลายชนิด
UVC: เป็นแสงที่ถูกกรองโดยชั้นโอโซนในบรรยากาศ จะไม่ลงมาถึงพื้นผิวโลก
UVA ยังแบ่งย่อยตามความยาวคลื่นแสง ออกเป็น UVA1 และ UVA2 ซึ่ง UVA นั้นทะลุผิวได้ลึกกว่า UVB และสามารถทะลุผ่านก้อนเมฆ กระจกอาคาร และฟิล์มติดรถยนต์ได้อีกด้วย ถึงแม้จะมีเมฆ ก็ไม่ได้แปลว่าภัยอันตรายของแสงแดดจะลดน้อยลง

รังสีอินฟาเรด (IR)
เป็นคลื่นรังไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่แผ่มาจากดวงอาทิตย์

ลาโรช-โพเซย์-รังสีอินฟราเรด UVA UVB ในแสงแดด
แหล่งกำเนิดความร้อน โดยที่ตาของมนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ แต่สัมผัสถึงความร้อนได้ โดยที่มากกว่าครึ่งของรังสีจากแสงอาทิตย์เป็นรังสีอินฟราเรด แบ่งออกเป็น IR-A, IR-B และ IR-C
โดยที่IR-A สามารถทำลายชั้นผิวหนังได้ลึกในระดับเซลล์ เกิดสารอนุมูลอิสระ คอลลาเจนในผิวลดลง เกิดการหย่อนคล้อยผิวเหี่ยว ริ้วรอยร่องลึก รังสีอินฟราเรดเป็นรังสีที่อยู่ใกล้รอบๆตัวโดยที่เราไม่เคยระวัง เช่น จอคอมพิวเตอร์ Gadgets เตาอบ ไดร์เป่าผม เป็นต้น

นอกจากนี้ในช่วงปีที่ผ่านมา เริ่มมีการตระหนักถึงผลเสียของมลภาะทางสิ่งแวดล้อมต่อผิวหนัง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีการจราจรคับคั่ง เมืองอุตสาหกรรม โรงงานต่างๆ ส่งผลต่อการทำลายชั้นโอโซน ทำให้แสง UV และรังสีอินฟราเรด สามารถถึงพื้นโลกได้มากขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง ระคายเคืองง่าย แห้งกร้าน คอลลาเจนเสื่อมลง และเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ

ดังนั้นเราควรที่จะดูแลป้องกันอันตรายจากแสง UV และรังสีอินฟราเรด รวมถึงมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมตลอดเวลา โดยการหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด พยายามอยู่ในที่ร่ม ใต้ร่มเงา ใส่เสื้อผ้าแขนยาว กางเกงขายาว รวมถึงใส่หมวก และแว่นกันแดดด้วยและสิ่งสำคัญที่สุดที่่ขาดไม่ได้คือ การทาครีมกันแดดหน้าทุกวัน

หลักการเลือกใช้ครีมกันแดด

ลาโรช-โพเซย์-Anthelios ป้องกันผิวจากแสงแดดและรังสี
การทาครีมกันแดดขั้นเทพอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญมาก หลายๆคนอาจทาบางๆเพราะไม่ชอบความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ คนส่วนมากก็ทาวันละครั้ง เพราะคิดว่าเพียงพอต่อการป้องกันแดดทั้งวัน แต่การทาครีมกันแดดที่ไม่เพียงพอ อาจไม่ได้ช่วยปกป้องผิวกายหรือลดอันตรายของแสงแดด

ปริมาณของโลชั่นกันแดดที่แนะนำคือ 1 ช้อนชา หรือ 2 ข้อนิ้วมือ สำหรับบริเวณใบหน้าและลำคอ นอกจากนี้ควรทาอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือ ทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง หากมีเหงื่อออกมากจากกิจกรรมกลางแจ้ง หรือ กิจกรรมในน้ำ และ ควรทาอย่างน้อย 15 นาที ก่อนออกแดด เพื่อให้เนื้อครีมได้เคลือบบนผิวหนัง

หลักในการเลือก ควรพิจารณาถึง อาชีพ ลักษณะของงาน กีฬา หรือ กิจกรรมที่ทำ รวมถึง ความไวของผิวต่อส่วนประกอบในครีมกันแดด นอกจากนี้ ควรมีค่าป้องกันแสงแดด หรือ SPF 15 ขึ้นไป ป้องกันได้ทั้ง UVA/UVB และควรครอบคลุมถึงรังสีอินฟราเรด (Infrared) และมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม(Pollution) ผิวของเราก็จะได้รับการปกป้องที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ควรเลือกชนิดที่ไม่มีน้ำหอม และพาราเบน เพราะอาจก่อให้เกิดการแพ้ได้

สิ่งสุดท้ายคือ เมื่อเริ่มใช้ครีมกันแดด ควรทาปริมาณน้อยๆก่อน แล้วจึงค่อยๆเพิ่มปริมาณ หากเกิดอาการแพ้ หรือผลข้างเคียงอื่นๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพื่อการรักษา และ คำแนะนำในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดคุมมันอย่างถูกต้องครับ